KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:12
เมื่อเจ้านายในล้านนาสูญเสียทั้งอำนาจในการปกครองและรายได้จากการค้าไม้สัก
อำนาจของสยามในล้านนาก็นับวันเพิ่มขึ้น ๆ เจ้าอินทวิชยานนท์
เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สิ้นชีวิตในปี 2440
ลูกสาวที่ถูกเรียกลงเป็นเจ้าจอมที่บางกอกเมื่ออายุได้ 13 ปี (พ.ศ. 2430)
คือเจ้าดารารัศมีก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเผาศพพ่อ
และแผ่นดินเชียงใหม่ก็ไม่มีเจ้าผู้ครองนครเพราะสยามไม่แต่งตั้งผู้ใด นั่นคือช่วงปี พ.ศ. 2441 - 2442
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:16
และช่วงเวลานั้นเอง (พ.ศ. 2441) ที่เจ้าแก้วนวรัฐ - ราชบุตรของเจ้าอินทวิชยานนท์ผู้วายชนม์
และเป็นราชบุตที่ไม่รู้ว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าผู้ครองนครต่อจากพ่อหรือไม่
ก็ได้ส่งลูกชายคือเจ้าน้อยศุขเกษมวัย 15 ปี ไปเรียนที่โรงเรียน St. Patrick's School
โรงเรียนกินนอนชายซึ่งเป็นคาธอลิคในเมืองเมาะละแหม่ง โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2385
ทำไมเจ้าราชบุตรจึงส่งลูกชายไปเรียนที่นั่น กล่าวกันว่า
เจ้าแก้วนวรัฐค้าไม้สักกับพม่าเมืองเมาะละแหม่งจนสนิทสนมเป็นอันดีกับเศรษฐีพ่อค้าไม้ชาวพม่า
คนหนึ่งชื่อ อูโพดั่ง เจ้าน้อยศุขเกษมนั่งช้างจากเชียงใหม่ไปถึงเมาะละแหม่ง
ได้พักที่บ้านพ่อค้าอูโพดั่งในช่วงวันหยุด วันเรียนหนังสือก็อยู่ที่โรงเรียนกินนอน...
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:23
จนเมื่อปี 2445 หนุ่มน้อยศุขเกษมวัย 19 ปีไปเที่ยวตลาดไดวอขวิ่น
ซึ่งเป็นตลาดห่างจากบ้านพ่อค้าอูโพดั่งราว 10 นาที ก็ได้พบและหลงรักสาวน้อยวัย 15 ปี นาม
"หมะเมียะ" (ภาษาพม่าแปลว่ามรกต) สาวหมะเมียะ ขายบุหรี่เซเล็ก (ภาษาพม่าแปลว่ายามวน)
ก็รักหนุ่มน้อยจากเชียงใหม่เช่นกัน
เมื่อความรักเพิ่มพูนกลายเป็นความมุ่งมั่นและความผูกมัด
วันหนึ่ง ทั้งสองก็ชวนกันขึ้นไปไหว้พระเจดีย์ไจ้ตาหล่านอันเป็นที่เคารพสูงสุดของชาวเมือง
สาบานว่าจะครองรักกันไปตราบสิ้นลม และถ้าผู้ใดผิดคำสาบานก็ขอให้มีอันเป็นไป..
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:26
เมื่อเจ้าศุขเกษมอายุ 20 ปีกลับบ้านพร้อมกับหมะเมียะวัย 16
ที่ปลอมตนเป็นชายร่วมเดินทางมาด้วย ฝ่ายชายก็พบว่าพ่อได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าราชบุตร
ส่วนเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่คนใหม่คือเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์
ผู้เป็นอนุชาต่างมารดาของพ่อ
เจ้าศุขเกษมได้พบว่าผู้เป็นพ่อและแม่ได้หมั้นหมายเจ้าหญิงบัวนวล
ลูกเจ้านายในเชียงใหม่ไว้รอท่าแล้ว และครั้นทราบว่าลูกชายรักและได้สามัญชนชาวพม่าเป็นเมีย
วิกฤตการเมืองก็เกิดขึ้นทันที และเจ้านายในเชียงใหม่ก็ทำทุกอย่างเพื่อให้หนุ่มสาวแยกทางกัน
และผลักดันให้หมะเมียะต้องกลับเมืองเมาะละแหม่งเพียงสถานเดียว..
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:31
หลายปีมานี้ มีบทความและเพลงพูดถึงเรื่องนี้หลายราย หลากหลายความคิดเห็น
แต่ผู้เขียนเห็นว่าในสถานการณ์ดังกล่าว เจ้าศุขเกษมไม่มีทางเลือกอื่นเลย
นอกจากหนทางที่ได้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2446 กล่าวคือ
ในทัศนะของฝ่ายสยาม เจ้าราชบุตรทำไม่ถูกต้องที่ส่งลูกชายคือเจ้าน้อยศุขเกษมไปเรียนที่พม่าในปี
พ.ศ. 2441 เพราะขณะนั้นสถานการณ์เริ่มคับขันแล้ว สยามกำลังจะยกเลิกฐานะเมืองขึ้นของล้านนา
และรวมล้านนาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยาม มีข่าวว่าเจ้านายล้านนาหลายคนไม่พอใจอำนาจท้องถิ่น
ที่ถูกสยามลิดรอน เจ้าดารารัศมีจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเคารพและเผาศพพ่อในปี 2440
และน่าเชื่อว่าเจ้าราชบุตรส่งเจ้าน้อยศุขเกษมไปเรียนหนังสือที่พม่าโดยมิได้แจ้งหรือปรึกษาหรือขออนุมัติจากสยาม
ในด้านล้านนา ฝ่ายพ่อแม่ของเจ้าน้อยศุขเกษมอาจโกรธขึ้งที่ลูกชายได้สาวพม่าเป็นภรรยา
โดยไม่บอกกล่าวหรือขออนุญาตจากพ่อแม่ก่อน ฝ่ายผู้ใหญ่ของเจ้าหญิงบัวนวลก็ย่อมไม่พอใจ
และเสียหน้าที่เจ้าน้อยศุขเกษมมีภรรยาแล้ว ทำให้แผนการแต่งงานระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษม
และเจ้าหญิงบัวนวลต้องสิ้นสุดลง..
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:36
แต่ปมปัญหาสำคัญที่สุดคือ เจ้าราชบุตรไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องส่งตัวหมะเมียะกลับพม่า
เพื่อแสดงให้สยามเห็นว่าแม้ตนเองได้ทำผิดที่ส่งลูกชายไปเรียนที่พม่า
แต่ต่อจากนี้ไป ล้านนาจะต้องไม่มีสัมพันธ์ใด ๆ กับพม่าอีก
สัมพันธ์รักระหว่างลูกชายกับสาวพม่าจะต้องยุติอย่างเด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าฉากความรักและความอาลัยระหว่าง 2 หนุ่มสาวในตอนเช้าวันหนึ่ง
ของเดือนเมษายน พ.ศ. 2446 จะโศกเศร้าสะเทือนใจจนใครต่อใครที่พบเห็นร้องไห้ตามเพียงใดก็ตาม
แต่เรื่องจริงเรื่องนี้ก็ต้องจบลงเช่นนั้น ไม่ใช่เรื่องของกรรมเวร
ไม่ใช่ศักดินาที่ต่างกันระหว่างคนรักทั้งสอง และไม่ใช่เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ต่างกัน หรือประเพณี
แต่เป็นปัญหาการเมือง..
การเมืองที่สยามกำลังกำหนดเส้นทางเดินของล้านนา และเจ้าราชบุตรเลือกที่จะเป็นฝ่ายยอมจำนน
การเมืองที่พ่อส่งลูกไปเรียน ด้วยหวังว่าลูกจะมีความรู้ในเรื่องภาษาอังกฤษ
สถานการณ์การเมืองในพม่าและนโยบายของอังกฤษ เพื่อลูกจะได้กลับมามีบทบาทในล้านนาต่อไป
(ไม่มีหลักฐานว่าเจ้าราชบุตรมีความคิดทางการเมืองอย่างใด) แต่แล้วความรักที่เกิดขึ้น
และขัดแย้งกับปัญหาการเมืองก็ต้องพ่ายแพ้แก่การเมืองในที่สุด
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:39
เมื่อวันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2545 ที่ผ่านมา นักวิชาการชาวเชียงใหม่ท่านหนึ่งซึ่งสนใจ
เรื่องหนุ่มศุขเกษมและสาวหมะเมียได้ไปเยือนเมืองเมาะละแหม่ง
เธอคือ รศ.จีริจันทร์ ประทีปะเสน เส้นทางที่ปิดระหว่างเมียวดีกับเมาะละแหม่งทำให้คนไทย
ที่สนใจจะไปเยือนเมาะละแหม่งต้องบินจากฝั่งไทยไปที่นครย่างกุ้ง แล้วนั่งรถยนต์หรือรถไฟย้อนกลับมา
น่าเสียดายที่อาจารย์จีริจันทร์ไปถึงเมืองเมื่อค่ำแล้ว และต้องเดินทางจากเมืองตอนสายวันรุ่งขึ้น
แต่กระนั้น ในความมืดของคืนนั้นและความสลัวรางของเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
อาจารย์ก็ได้เห็นหลายสิ่งที่น่าตื่นใจ และจะเป็นฐานสำคัญสำหรับการเดินทางของเธอครั้งต่อไป
และของผู้สนใจศึกษารุ่นต่อไป
อาจารย์เล่าว่า ค่ำคืนนั้น เธอได้ขึ้นไปที่วัดไจ้ตาหล่าน เมื่อขึ้นไปถึงลานกว้างหน้าพระเจดีย์
ขณะที่เธอกำลังไหว้พระเจดีย์สีทองอร่าม มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งเคยงกันอยู่ไม่ไกลนักกำลังไหว้พระเจดีย์
เช่นกัน ลานนี้เองเมื่อ 99 ปีก่อน (พ.ศ. 2446) ที่หนุ่มเชียงใหม่กับสาวพม่าคู่หนึ่งนั่งเคียงกันไหว้พระเจดีย์เบื้องหน้า
และสัญญาต่อกันและต่อหน้าพระเจดีย์ว่าจะรักและซื่อสัตย์ต่อกันตราบฟ้าสิ้นดินสลาย
เมื่ออาจารย์พบพระรูปหนึ่งและถามถึงแม่ชีของวัดนี้ ท่านได้พาเธอไปพบเจ้าอาวาสซึ่งมีอายุราว 60 ปี
ท่านเจ้าอาวาสเล่าว่าวัดนี้เคยมีแม่ชีคนเดียวเมื่อนานมาแล้ว
กล่าวคือเมื่อท่านเริ่มบวชเณรอายุ 18-19 ปีประมาณ พ.ศ. 2504-2505 ที่วัดมีแม่ชีชรารูปหนึ่ง
ชื่อ ด่อนังเหลี่ยน อายุ 70 ปีเศษ และหลังจากนั้นไม่นาน แม่ชีก็เสียชีวิต ..
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:41
เจ้าอาวาสเล่าว่าท่านได้ยินว่าแม่ชีผู้นี้บวชชีตั้งแต่เป็นสาว เป็นแม่ชีที่ชอบมวนบุหรี่
และมีคนมารับไปขายเป็นประจำ แม่ชีได้บริจาคเงินให้วัดสร้างศิลาจารึกเป็นภาษามอญ
มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ที่ยังคงเก็บไว้ที่วัด
เจ้าอาวาสเล่าว่าห้องพักของแม่ชียังคงอยู่ หม้อข้าวและเครื่องใช้บางอย่างก็ยังคงอยู่
อาจารย์จีริจันทร์คิดว่าแม่ชีด่อนังเหลี่ยนคือหมะเมียะ
เพราะเป็นที่รู้กันที่เชียงใหม่ว่าหลังจากที่หมะเมียะถูกพรากจากเจ้าน้อยศุขเกษม
เธอก็ไปรอชายคนรักที่เมืองเมาะละแหม่ง ไม่ได้รักใครอีก หลังจากนั้น
เธอได้กลับมาที่เมืองเชียงใหม่อีกครั้งเพื่อมาพบเจ้าน้อยศุขเกษม
ในตอนนั้น เจ้าน้อยแต่งงานแล้วก็กับเจ้าหญิงบัวชุม
ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าดารารัศมีและพิธีสมรสจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ
เมื่อเจ้าน้อยทราบว่าหมะเมียะมารอพบที่บ้านเชียงใหม่ เจ้าน้อยศุขเกษมไม่ยอมออกมาพบ
แม้ว่าหมะเมียะจะรออยู่นานแสนนาน โดยที่เจ้าน้อยได้ฝากเงินให้ 80 บาท
และแหวนทับทิมที่ระลึกวงหนึ่ง
หลังจากนั้น หมะเมียะก็กลับมาบวชชีที่วัดใหญ่ในเมืองเมาะละแหม่งจนสิ้นชีวิต..
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:46
อาจารย์จีริจันทร์สนใจข้อเท็จจริงที่ว่าแม่ชีผู้นี้บวชตั้งแต่ยังสาว และชอบมวนบุหรี่ไปขายหารายได้
จึงน่าเชื่อว่าด่อนังเหลี่ยนกับหมะเมียะเป็นคนเดียวกัน
ส่วนคำว่าหมะเมียะเป็นภาษาไทใหญ่แปลว่าสีแดง (ด่อ คือนาง)
ก็เป็นประเด็นที่ต้องค้นคว้าต่อไปว่าเหตุใดหมะเมียะจึงเปลี่ยนชื่อ และเหตุใดต้องใช้ชื่อว่านังเหลี่ยน
เช้าวันรุ่งขึ้น อาจารย์ไปถามหาบ้านไม้สักหลังใหญ่ของเศรษฐีอู โพดั่ง
ซึ่งเคยเป็นบ้านที่พักของเจ้าน้อยศุขเกษม อาจารย์บอกว่าอู โพดั่งเป็นชื่อถนนสายหนึ่งในย่านนั้น
ส่วนบ้านนั้นรื้อขายไปแล้ว อาจารย์ได้ไปที่ตลาดได วอขวิ่น ที่เจ้าน้อยได้พบกับหมะเมียะ
และเป็นตลาดที่ หมะเมียะเคยขายบุหรี่ที่นั่น เพราะเป็นตลาดที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเศรษฐีอู โพดั่ง
เธอได้พบตลาดเก่าแก่ และมีสภาพที่ไม่น่าจะแตกต่างจากสภาพเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน
และได้พบย่านขายบุหรี่
จากนั้น อาจารย์ได้ไปที่โรงเรียน St. Patrick ได้พบว่าเป็นโรงเรียนที่มีเนื้อที่กว้างขวางเกือบ 10 ไร่
มีอาคารสร้างด้วยไม้สัก มีเสาขนาดใหญ่กว่า 60 ต้น มีโบสถ์ มีอาคารตึกที่เป็นหอพัก
มีโรงอาหารขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำ แต่ขณะนี้โรงเรียนดังกล่าวได้ปิดกิจการไปแล้ว
และกลายเป็นโรงเรียนสอนวิชาบัญชี
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:49
ชีวิตรักอันรันทดของเจ้าน้อยศุขเกษม (พ.ศ. 2426-2456) และหมะเมียะ (พ.ศ. 2430-2505)
จบลงแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2446 อันเป็นปีที่ทั้งสองเดินทางกลับถึงเชียงใหม่และถูกพรากจากกัน
ไม่นานหลังจากนั้น
เมื่อปี พ.ศ. 2446 หรือ 104 ปีที่แล้ว ทั้งสองถูกแยกจากกันและไม่ได้พบกันอีก
แม้หมะเมียะจะเดินทางกลับไปหาอีกครั้งเพื่อร่ำลาหลังจากทราบว่าเจ้าน้อยแต่งงาน
เจ้าน้อยศุขเกษมน่าจะรู้สึกผิดและเจ็บปวดอย่างที่สุด จึงไม่อาจทำใจออกมาพบหญิงคนรักได้
ได้แต่ฝากของที่ระลึกให้
แม้เจ้าน้อยศุขเกษมจะสิ้นชีวิตอีก 10 ปีหลังจากการพลัดพรากในปี 2446
และหมะเมียะจะสิ้นชีวิตอีก 59 ปีหลังจากนั้น แต่กล่าวสำหรับเจ้าน้อยศุขเกษมชีวิตของเขาจบสิ้นแล้ว
ตั้งแต่ปีนั้น ปีที่เขาถูกการเมืองทำลายความรักและเขาได้ละเมิดคำสัญญา
ที่เขามีไว้กับหญิงสาวที่เขารัก 10 ปีหลังจากนั้นที่เขามีชีวิตเหลืออยู่ก็มีเพียงกายที่เดินไปมา
และกายที่คอยแต่ดื่มสุรา ดื่มเพื่อที่จะลืมอดีต ดื่มจนทำให้กายนั้นหยุดทำงานก่อนวัยอันควร
แม้เจ้าน้อยศุขเกษมจะเสียชีวิตด้วยพิษสุรา และหมะเมียะจะเสียชีวิตด้วยโรคชรา
แต่ความรักของเขาไม่เคยสิ้นสุด ชีวิตของเขาทั้งสองได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความรักอันยิ่งใหญ่
ที่พวกเขาได้สร้างขึ้นในวัยหนุ่มสาว..
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:54
วัยหนุ่มสาวที่ผู้ใหญ่หลายคนคิดว่าเป็นวัยที่รักง่าย ลืมง่าย
คิดว่าแยกพวกเขาออกจากกันไม่นานก็ลืมกันไปเอง
วัยหนุ่มสาวและความรักที่การเมืองระหว่างสยามกับล้านนาคิดว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ
ไม่มีความสำคัญใด ๆ
สุดท้าย ความรักอันยิ่งใหญ่นั้นก็ยืนยง ที่เจ้านายล้านนาไม่ว่าจะอยู่ที่เชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ
ก็ตกตะลึงคิดไม่ถึงว่าเจ้าน้อยศุขเกษมจะรักหมะเมียะ
และมีใจให้หญิงสาวคนนั้นเพียงผู้เดียวอย่างเหนียวแน่นถึงเพียงนั้น
และก็คงไม่มีใครคิดว่าสาวน้อยชาวพม่าคนนั้นจะมีหัวใจเพียงดวงเดียวมอบให้แก่
ชายหนุ่มชาวเชียงใหม่ และเธอได้พิสูจน์ให้เห็นตลอดชีวิตอันยาวนานของเธอ
น่าเสียดายนักที่ราชนิกูลแห่งสกุล ณ เชียงใหม่
จะช่วยกันปิดบังเรื่องราวอีกหลายด้านเกี่ยวกับความรักและความรันทดของคนทั้งสอง
จนกระทั่งพวกเขาเองลับหายจากโลกไปทีละคนทีละคน จนเวลานี้จวนจะครบ 100 ปี
ของความรักและโศกนาฏกรรมนั้น ยังมีอีกหลายอย่างมากที่ดำมืด
มีเพียงการคาดคะเนและวิเคราะห์ไปตามข้อมูลที่มีอย่างจำกัด..
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 15:59
ขณะเดียวกัน ที่เมืองเมาะละแหม่ง แผ่นดินอันเป็นที่เกิดและที่สืบสาน
ความรักและการรอคอยก็ดูเหมือนจะเกิดประเด็นใหม่ ๆ จากการไปเยือนของอาจารย์จีริจันทร์
ในหนังสือน่าอ่านเรื่อง วันฤดูหนาวในพม่า ของคุณอนุรักษ์ พันธุรัตน์ (สำนักพิมพ์บานชื่น 2544)
ผู้เขียนไม่เพียงแต่เดินทางไปมาหลายครั้งระหว่างกรุงเทพฯ กับเมาะละแหม่ง
หายังมีพ่อซึ่งท่านเคยเรียนโรงเรียน St. Patrick เช่นเดียวกับเจ้าน้อยศุขเกษม
ศิษย์เก่าโรงเรียนนี้น่าจะช่วยอธิบายลักษณะของโรงเรียนนี้ให้คนรุ่นหลังได้ทราบ
นั่นหมายความว่าถ้าหากคุณอนุรักษ์ได้ทราบเรื่องความรักอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นเกือบ 100 ปี
ก่อนที่เมืองเมาะละแหม่ง และอาจจะมีคนอื่น ๆ อีกที่เพิ่งได้ทราบเรื่องนี้.
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 16:03
100 ปีของความรักอันอมตะนี้ คนล้านนา-สยามและพม่าจะได้รับรู้เรื่องราวและแง่มุมเพิ่มขึ้น
ได้บทเรียนใหม่ ๆ สำหรับชีวิตของคนที่ยังอยู่ และเติมพลังแห่งความรักของเขาทั้งสองให้แก่คนรุ่นหลัง
อย่างน้อย โลกนี้ก็มีคนบางคนที่ได้พิสูจน์แล้วว่า ความรักนั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด
ไม่มีกำแพงแห่งเชื้อชาติ ภาษา ประเพณี หรือการเมืองใดจะขวางกั้น
และแม้วันเวลาจะผ่านไป 1 ศตวรรษแล้ว ความรักนั้นไม่เพียงแต่ยังคงทรงพลังเช่นนั้น
แต่ดูเหมือนจะเปี่ยมพลังยิ่งขึ้น และสร้างความมหัศจรรย์ใจยิ่งกว่าเดิม
แม้ว่าขณะนี้ ความรักและความเข้าใจของ 2 ชาติจะจืดจางเหลือเกินก็ตาม
โดย ธเนศวร์ เจริญเมือง ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ
KUM-AEOY~17
Oct 30 2007, 16:31
เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทำให้หม่ะเมียะและเจ้าน้อยต่างสะเทือนใจเป็นที่สุด
หลังจากเดินทางถึงเมืองมะละแหม่ง มะเมียะได้ครองชีวิตเป็นแม่ชีตามความตั้งใจ
จนกระทั่งถึงแก่กรรมในปี พ.ศ.๒๕๐๕ รวมอายุได้ ๗๕ ปี
จากตำนานรักระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษมและมะเมียะ ได้รับการเผยแผ่ทั้งโดยการเล่าขานสืบต่อกันมา
จากการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว อาจกล่าวได้ว่าสาเหตุอีกประการหนึ่ง
ที่ทำให้คนทั่วไปรู้จักเจ้าน้อยฯ และมะเมียะมากขึ้น คือ "เพลงมะเมียะ"
ซึ่งขับร้องโดยคุณจรัล มโนเพชร นักร้อง โฟลคซองชาวล้านนา ดังเนื้อเพลงที่ยกมาต่อไปนี้
"มะเมียะ"
มะเมียะเป็นสาวแม่ค้า คนพม่าเมืองมะละแหม่ง
งามล้ำเหมือนเดือนส่องแสง คนมาแย่งหลงรักสาว
มะเมียะบ่ยอมรักไผ มอบใจหื้อหนุ่มเชื้อเจ้า เป็นลูกอุปราชท้าวเชียงใหม่
แต่เมื่อเจ้าชายจบการศึกษา จำต้องลาจากมะเมียะไป
เหมือนโดนมีดสับดาบฟันหัวใจ ปลอมเป็นพ่อชายหนีตามมา
เจ้าชายเป็นราชบุตร แต่สุดที่รักเป็นพม่า ผิดประเพณีสืบมา ต้องร้างลาแยกทาง
โอโอก็เมื่อวันนั้น วันที่ต้องส่งคืนบ้านนาง
เจ้าชายก็จัดขบวนช้างให้ไปส่งนางคืนทั้งน้ำตา
มะเมียะตรอมใจอาลัยขื่นขม ถวายบังคมทูลลา สยายผมลงเช็ดบาทบาทา
ขอลาไปก่อนแล้วชาตินี้เจ้าชายก็ตรอมใจตาย มะเมียะเลยไปบวชชี
ความรักมักเป็นเช่นนี้ แลเฮย.........
เครดิต..http://www.lannaworld.com..
อ่านแล้วเศร้าจัง.....ปัจจุบัน
มีคนถามว่า "ความรักคืออะไร"
k.aeoy17
Oct 31 2007, 06:21
pineapplesweet
Oct 31 2007, 23:10
จะมีไหมซักคน มาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร
ที่จะรักจริง ไม่ทอดทิ้งกัน อยากจะรู้
จะมีไหมซักใจ จะได้เจอเธอ อยากรู้เธอคือใคร
ที่จะเป็นรักสุดท้าย ของฉันจริงๆสักที
คลิกเพื่อดูไฟล์แนบว่าแต้ว่าดี อี่หล้าฟังเพลง "หม่ะเมี๊ยะ" บะได้เจ้าอี่ปี่ ใค่ฟังอ่ะเจ้าแป๋งหื้อกำเน่อเจ้า
k.aeoy17
Nov 1 2007, 07:36
QUOTE(pineapplesweet @ Oct 31 2007, 23:10)

จะมีไหมซักคน มาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร
ที่จะรักจริง ไม่ทอดทิ้งกัน อยากจะรู้
จะมีไหมซักใจ จะได้เจอเธอ อยากรู้เธอคือใคร
ที่จะเป็นรักสุดท้าย ของฉันจริงๆสักที
คลิกเพื่อดูไฟล์แนบ ว่าแต้ว่าดี อี่หล้าฟังเพลง "หม่ะเมี๊ยะ" บะได้เจ้าอี่ปี่ ใค่ฟังอ่ะเจ้าแป๋งหื้อกำเน่อเจ้า ++++++++++++++++++++++++++++++++
รอมันโหลดกำเน้อ...ถ้าบ่ได้แต้..ไปลิ้งค์นี้เลยแมว...ถ้าเปิดบ่ได้
...[ม่ะเมี๊ยะ] ...คลิ๊กเข้าไปเรยยย..อิอิ
ฟ้ามุ่ย
Nov 3 2007, 04:04
ฟังเพลงหมะเมี๊ยะแล้วเป่นดีสังเวชใจ๋ เมื่อข้าเจ้าเป๋นสาวแม่อุ้ยเปิ้นขอข้าเจ้าว่าบ่หื้อแต่งงานกับแม้วกับยาง ห้ามแต่งงานกับพม่าตวย ถามถึงเหตุผลเปิ้นว่าคนบนดอยฮีต จารีตประเพณีบ่อย่างคนเมือง พม่านั้นฮบกับคนเมืองพ่องคนไทยพ่อง เปิ้นว่าพม่าข้าศึก
แล้วกั๋วจะเป๋นอย่างหมะเมี๊ยะกับเจ้าหน้อย แล้วแม่อุ้ยเปิ้นก่อเล่าเป๋นอย่างๆหื้อหลานฟัง เมินเข้าๆข้าเจ้าเลยแต่งงานกับฝรั่งเหีย เล่นเอาตึงแม่ตึงแม่อุ้ยนั่งไห้กึดเติงหาลูกหลาน ป่ายหมะปอน้องบ่าวคนหล้าแต่งงานกับแม้วสะเมิง หือซอบมองๆปิ๊กเมียแอ่วบ้าน
ลองจิขี้ข้างอุ้ย ถามว่าอุ้ยยังบ่เดือดหื้อไอ่หล้าตี้มันมีเมียแม้ว อุ้ยเปิ้นว่าบ่าเดี่ยวนี้คนบนดอยเปิ้นเฮียนหนังสืออู้เมืองก่อได้อู้ไทยก่อได้ เปิ้นนับถือพุทธอย่างเฮา ว่าไปกู้ใผกู้มันเนาะเฮาทําบุญฮ่วมกั๋นมาจะใดๆตึงได้ปะกั๋น แม่อุ้ยของข้าเจ้าถ้ามีชีวิตอยู่อายุถ้าจะร้อยปี๋
k.aeoy17
Nov 3 2007, 11:13
QUOTE(ฟ้ามุ่ย @ Nov 3 2007, 04:04)

ฟังเพลงหมะเมี๊ยะแล้วเป่นดีสังเวชใจ๋ เมื่อข้าเจ้าเป๋นสาวแม่อุ้ยเปิ้นขอข้าเจ้าว่าบ่หื้อแต่งงานกับแม้วกับยาง ห้ามแต่งงานกับพม่าตวย ถามถึงเหตุผลเปิ้นว่าคนบนดอยฮีต จารีตประเพณีบ่อย่างคนเมือง พม่านั้นฮบกับคนเมืองพ่องคนไทยพ่อง เปิ้นว่าพม่าข้าศึก
แล้วกั๋วจะเป๋นอย่างหมะเมี๊ยะกับเจ้าหน้อย แล้วแม่อุ้ยเปิ้นก่อเล่าเป๋นอย่างๆหื้อหลานฟัง เมินเข้าๆข้าเจ้าเลยแต่งงานกับฝรั่งเหีย เล่นเอาตึงแม่ตึงแม่อุ้ยนั่งไห้กึดเติงหาลูกหลาน ป่ายหมะปอน้องบ่าวคนหล้าแต่งงานกับแม้วสะเมิง หือซอบมองๆปิ๊กเมียแอ่วบ้าน
ลองจิขี้ข้างอุ้ย ถามว่าอุ้ยยังบ่เดือดหื้อไอ่หล้าตี้มันมีเมียแม้ว อุ้ยเปิ้นว่าบ่าเดี่ยวนี้คนบนดอยเปิ้นเฮียนหนังสืออู้เมืองก่อได้อู้ไทยก่อได้ เปิ้นนับถือพุทธอย่างเฮา ว่าไปกู้ใผกู้มันเนาะเฮาทําบุญฮ่วมกั๋นมาจะใดๆตึงได้ปะกั๋น แม่อุ้ยของข้าเจ้าถ้ามีชีวิตอยู่อายุถ้าจะร้อยปี๋
------------------------------
ยิ๊นดีเจ้า...เอาเรื่องราวมาเล่าสู่กั๋นฟัง....
ม่วนดีเจ้า...มีอะหยังแห๋มนักเลยเน๊าะ...ฮีตฮอยตางบ้านเฮานี้นา...
ว่างเมื่อไดจะเซาะมาเล่าสู่กั๋นแห๋มเน้อเจ้า....
ความฮักมันก่อดูเหมือนจะสวยงามดีน่อ....
ความผิดหวังจากความฮักมันเหมือนเป๋นแหมด้านของความฮักกำแล้ว...เจ็บปวด...
แต่บ่าเป๋นต่าความผิดหวังจากความฮักกาถึงทำหื้อมีความฮักตี่แต้จริง..... เพราะความฮักแต้จริงบ่ามีกำว่าผิดหวัง....
หมะเมี๊ยะกับเจ้าศุกเกษมจะดีใจ๋เป๋นแต้ว่าถ้าเจ้าหมู่จาวจุมบ้านเฮาจะฮู้จักตี่จะเฮียนฮู้ก๋านฮักษาความฮักทนุถนอมความฮักตี่มีอยู่ ละก่อจ่วยกั๋นสร้างสรรสังคมหื้อมีความสุข......
มาจ่วยกั๋นสร้างสันติสุข จากบทเฮียนของเปิ่นตึงกู่ แล้วขอน้อมอนุโมทนาหมายตานส่วนกุศลหื้อเปิ่นตึงกู่ หื้อมีความสุขไปไจ้ๆ เน่อปี่น้อง...
Sweet Vampire
Nov 3 2007, 20:02
เจ้าน้อย เปิ้นหล่อแต้ ๆ เลยเนาะเจ้า...
หยังเป๋นดีใค่มีความฮักอัมตะ อย่าง เจ้าน้อย กับ มะเมียะ พ่องแต้ ๆ ....
ขอบคุณปี้คำเอ้ยตี้เอาประวัติเรื่องมะเมียะและเจ้าน้อย มาฝากเน่อเจ้า ข้าเจ้าก่อชอบฟังเพลงของอ้ายจรัล เพลงมะเมียะเหมือนกั๋นเจ้า
อ่านไปโตยน้ำตาก่อไหลไปโตย เป๋นดีเอ็นดู
ความฮักของแต่ละคน ก่อเป๋นคนละอย่างกั๋นน้อ...
ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ครับ
ชอบเรื่องราวบ่าเก่าขนาดเลยเจ้า ติดต๋ามเรื่องของมะเมียะเหมือนกัน พออ่านแล้วรู้เยอะกว่าเดิมเลยเจ้า
ยินดีจ๊าดนักเจ้า
เศร้าแต้ ๆ เฮ้อ................บะเดี่ยวจะมีหื้อหันก่หา ฮักแต้ ฮักเดียว
konyong
Nov 15 2007, 08:47
QUOTE(หมวย @ Nov 14 2007, 20:01)

เศร้าแต้ ๆ เฮ้อ................บะเดี่ยวจะมีหื้อหันก่หา ฮักแต้ ฮักเดียว

ขอฮอมตวยเน้อเจ้า ข้าเจ้าได้หยิบยกแหมหนึ่งบทความมาฮื้ออ่านเจ้า ลองไปอ่านตี้
http://www.212cafe.com/freewebboard/view.p...ussy&id=757 (100ปีมะเมียะ)
Webmaster
Nov 15 2007, 13:46
เป๋นเพลงที่ พี่สุนทรี เวชานนท์ ร้องทีไร จะร้องไห้ทุกครั้งที่ร้อง
ลองไปขอให้แกร้องที่ร้านแกดู จะได้หันแกน้ำตาไหล
PooNaNoi
Nov 25 2007, 11:35
ความฮักแต้ ตึงบ่เกยมีวันต๋ายเจ้า เศร้าต๋อนเนื้อเพลงที่ว่า
"มะเมียะตรอมใจอาลัยขื่นขม ถวายบังคมทูลลา สยายผมลงเช็ดบาทบาทา ขอลาไปก่อนแล้วชาตินี้"
ฮักษาความฮักไว้ฮื้อดี-ดี เน้อเจ้า
ฟ้ามุ่ย ดอยแดน
Dec 7 2007, 12:30
หน้าปะตู๋หายยา มีก๊ะคนเนืองแน่นมีก๊ะคนคะหันความงามของมะเมี๊ยะตี้เปิ้นรำลือกั๋นว่างามนักงามหนาบรรยากาศเศร้าสร้อยด้วยรอยนำต๋า
น่าเอ็นดูเจ่นล้ำ ถึงเวลาตี๊จะได้ไปปิ๊กเปิ้นก่อกอดกั๋นตั้งเมินสองเมินจ๋น ท้าวบุญสูง ต้องออกมาปรามหลายเตื่อหลายหน
ไขมีฮักฮักษา ฮัก ไขตี้ว่างามจะไปหลงตั๋ว งามแต๊ ๆ บ่แป้งามนำใจ๋ งามตึงนอกตึงใน ต้องงามหยั่งอี้ งามอย่าง มะเมี๊ยะเน้อ
Fa-sang
Jul 22 2008, 10:36
นั้นน่ะก่ะ อั้นไผ๋ไปว่า..ความฮักมันยะฮื้อคนต๋าบอด "อย่าไปฮักหื้อเสี้ยงใจ๋..เผื่อใจ๋ไว้เจ็บผ่องเต๊อะ "
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรด
คลิกที่นี่.