KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 11:45
วันออกพรรษา คือวันสิ้นสุดระยะการจำพรรษา
หรือออกจากการอยู่ประจำที่ในฤดูฝนซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑
วันออกพรรษานี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา"
คำว่า"ปวารณา"แปลว่า "อนุญาต" หรือ "ยอมให้"
คือ เป็นวันที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ด้วยกัน ว่ากล่าวตักเตือนกันได้
ในข้อที่ผิดพลั้งล่วงเกินระหว่างที่จำพรรษาอยู่ด้วยกัน .....
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 11:47
ในวันออกพรรษานี้กิจที่ชาวบ้านมักจะกระทำก็คือ การบำเพ็ญกุศล
เช่น ทำบุญตักบาตร จัดดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระที่วัด และฟังพระธรรมเทศนา
ของที่ชาวพุทธนิยมนำไปใส่บาตรในวันนี้ก็คือ ข้าวต้ม มัดไต้ และข้าวต้มลูกโยน
และการร่วมกุศลกรรมการ "ตักบาตรเทโว"
คำว่า "เทโว" ย่อมาจาก"เทโวโรหน" แปลว่าการเสด็จจากเทวโลกการตักบาตรเทโว
จึงเป็นการระลึกถึงวันที่ พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรด
พระพุทธมารดาในเทวโลก ประเพณีการทำบุญกุศล เนื่องในวันออกพรรษานี้
ทุกวัดในประเทศไทย ก็มีพิธีเหมือนกันหมด จะผิดกันก็เพียงแต่สถานที่
ที่สมมติว่าเป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เท่านั้น
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 11:50
หลังจากวันออกพรรษาแล้วมีประเพณีอย่างหนึ่งที่ชาวพุทธนิยมทำกันมากคือ
..การทอดกฐิน ...
การทอดกฐิน เป็นประเพณีที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนอย่างหนึ่ง นิยมทำกันตั้งแต่วันแรมค่ำเดือนสิบเอ็ด ไปจนถึงกลางเดือนสิบสอง..
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 11:52
คำว่า กฐิน แปลว่า ไม้สะดึง คือกรอบไม้ชนิดหนึ่งสำหรับขึงผ้าให้ตึง
สะดวกแก่การเย็บ ในสมัยโบราณเย็บผ้าต้องเอาไม้สะดึงมาขึงผ้าให้ตึงเสียก่อน
แล้วจึงเย็บเพราะช่างยังไม่มีความชำนาญเหมื่อนสมัยปัจจุบันนี้
และเครื่องมือในการเย็บก็ยังไม่เพียงพอ เหมือนจักรเย็บผ้าในปัจจุบัน
การทำจีวรในสมัยโบราณจะเป็นผ้ากฐินหรือแม้แต่จีวรอันมิใช่ผ้ากฐิน
ถ้าภิกษุทำเอง ก็จัดเป็นงานเอิกเกริกทีเดียว...
เช่นตำนานกล่าวไว้ว่า การเย็บจีวรนั้น พระเถรานุเถระต่างมาช่วยกัน เป็นต้นว่า
พระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ แม้สมเด็จพระบรมศาสดาก็เสด็จลงมาช่วย
ภิกษุสามเณรอื่น ๆ ก็ช่วยขวนขวายในการเย็บจีวร อุบาสกอุบาสิกาก็จัดหาน้ำดื่มเป็นต้น
มาถวายพระภิกษุสงฆ์ มีองค์พระสัมมาสัมพุทธะเป็นประธาน โดยนัยนี้
การเย็บจีวรแม้โดยธรรมดา ก็เป็นการต้องช่วยกันทำหลายผู้หลายองค์
(ไม่เหมือนในปัจจุบัน ซึ่งมีจีวรสำเร็จรูปแล้ว)
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 11:56
การทอดกฐิน คือ การนำผ้ากฐินไปวางไว้ต่อหน้าพระสงฆ์อย่างต่ำห้ารูป
แล้วให้พระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งที่ได้รับมอบหมาย จากคณะสงฆ์ทั้งนั้นเป็นเอกฉันท์ให้เป็นผู้รับกฐินนั้น
การที่มีประเพณีทอดกฐินมีเรื่องว่า ในครั้งพุทธกาล พระภิกษุชาวปาไถยรัฐ (ปาวา) ผู้ทรงธุดงค์
จำนวน ๓๐ รูป เดินทางไกลไปไม่ทันเข้าพรรษา เหลือทางอีกหกโยชน์จะถึงนครสาวัตถี
จึงตกลงพักจำพรรษาที่เมืองสาเกตตลอดไตรมาส เมื่อออกพรรษาจึงเดินทางไปเฝ้าพระบรมศาสดา
ณ เชตวันมหาวิหารนครสาวัตถี ภิกษุเหล่านั้นมีจีวรเก่า เปื้อนโคลน และเปียกชุ่มด้วยน้ำฝน
ได้รับความลำบากตรากตรำมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงถือเป็นมูลเหตุ
ทรงมีพุทธานุญาตให้ภิกษุที่จำพรรษาครบสามเดือนกรานกฐินได้
และให้ได้รับอานิสงส์ ห้าประการคือ .....
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 11:59
๑) เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา
๒) ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบ
๓) ฉันคณะโภชน์ได้
๔) ทรงอติเรกจีวรได้ตามปรารถนา
๕) จีวรอันเกิดขึ้นนั้นจะได้แก่พวกเธอ และได้ขยายเขตอานิสงส์ห้าอีกสี่เดือน
นับแต่กรานกฐินแล้วจนถึงวันกฐินเดาะเรียกว่า มาติกาแปด คือการกำหนดวันสิ้นสุดที่จะได้จีวร
คือ กำหนดด้วยหลีกไป กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ กำหนดด้วยตกลงใจ
กำหนดด้วยผ้าเสียหาย กำหนดด้วยได้ยินข่าว กำหนดด้วยสิ้นหวัง
กำหนดด้วยล่วงเขต กำหนดด้วยเดาะพร้อมกัน
ฉะนั้น เมื่อครบวันกำหนดกฐินเดาะแล้ว
ภิกษุก็หมดสิทธิ์ต้องรักษาวินัยต่อไป
พระสงฆ์จึงรับผ้ากฐินหลังออกพรรษาไปแล้ว
หนึ่งเดือนได้ จึงได้ถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้...
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 12:01
พุทธศาสนิกชนทั่วไป ย่อมถือกันว่า การทำบุญทอดกฐินเป็นกุศลแรง
เพราะเป็นกาลทาน ทำได้เพียงปีละ 1 ครั้งและต้องทำในกำหนดเวลาที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ ..
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 12:08
ประเพณีการตักบาตรเทโว
การตักบาตรเทโว จะกระทำกันในวันแรม 1 คํ่าเดือน 11 คือหลังจากวันออกพรรษาแล้ว 1 วัน
ประวัติความเป็นมาของประเพณีการตักบาตรเทโว
ในสมัยพุทธกาล เมื่อสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมและเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา
โดยจำพรรษาอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา 1 พรรษา และเมื่อออกพรรษาแล้ว
พระองค์ได้เสด็จกลับยังโลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสสนคร
การที่พระพุทธองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
เรียกตามศัพท์บาลีว่า " เทโวโรหณะ " ในครั้งนั้นบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้มีความ ศรัทธาเลื่อมใส
เมื่อทราบข่าวต่างพร้อมใจกันไปรอตักบาตรเพื่อรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น
จนถือเป็นประเพณีตักบาตรเทโวปฏิบัติสืบทอดกันมา จนตราบเท่าทุกวันนี้..
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 12:13
สาธุ...สาธุ...อยากไค่หัน ....คนหันก่า ฮีตเก่า ฮอยเดิม
แล้วต้องเอามาใจ้หื้อใด้....อั้นมันก็แค่ประเวณี..ของคนบ่าเก่า
ชีวิตแต้ๆ เฮาบ่มีเวลาฟังธรรม ฮ่ำฮิฮ่ำไฮ อย่างบ่าเก่า...
ทีวี-คอมพิวเตอร์...ก็มาแตนการอ่าน... เหลืออย่างเดียว
" หายใจ๋ใด้ ก็ฝึกสติปัญญา ด้วยสมาธิใด้น้อ."
.....หลวงปู่แหวนว่าไว้อั้นเจ้า.... อานิสงส์บุญที่ได้นักหลายก็ดีไป
แต่ว่าในการเกิดแต่ละครั้งก็คงจะสร้างทั้งบุญกุศลและอกุศลไปเรื่อยๆตามวิสัยของวัฏฏะสงสาร
บุญก็หาบ..บาปก็ถือเน้อ...นั้นก็ย้อนว่าตัณหาพาไปเกิดทุกคราวเป็นทุกข์ร่ำไป
หากมีสติปัญญาหันภัยอันตรายอันใหญ่หลวงแล้วขวนขวายพากันออกจากกองทุกข์ได้เร็ววันก็ซ้ำดีใหญ่
เอาหื้อมันบรรเทาเบาบางไปเสียตั้งแต่บัดนี้ยามนี้เต๊อะเน้อ....
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 12:35
คุณ นานที...โลกล้านนา..เปิ้นว่าเอาไว้...
โดยสภาพร่างกาย มนุษย์ เราอ่อนแอ
และมีประสิทธิภาพประสาทรับรู้ ต่ำ กว่าสัตว์อื่นๆ...
แต่เรามีสมอง ที่มีความสามารถ คิด ทั้งเหตุผล จินตนาการ
มีอุดมการณ์ และสืบทอดวัฒนธรรม...
นอกเหนือความสามารถ นวัฒกรรม มาต่อเติมความสามารถ
และปรับสิ่งแวดล้อม คัดเลือกขจัดอุปสรรคให้เรา
พุทธศาสนา มีคำสอน ทั้งดั้งเดิม เสริมแต่ง
ด้วยปรมาจารย์ทั้งหลาย
หน้าที่พวกเรา คือรู้วิธี เลือก เก็บ ตีความ
เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน
ร่างกายและสมองเป็นฮารด์แวร์ ธรรมชาติ
ความรู้เป็นซอฟแวร์ เราควรลบส่วนเกินเติมส่วนขาด
ปรับให้เหมาะสมกับตนเอง ไม่งั้นพุทธะคุณ ก็เป็นประเพณี
ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว
ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิโมกข์ นิพพาน
ก็จะไม่เป็นแค่คำ ในตำนาณ
ไกลเกินความเข้าใจ วัยแสวงหา หรึอเป็นเมืองแก้ว
ในบทสวด ใบลานเท่านั้นเอง. ขอเอามาฝากปี้น้องตางนี้ตวยเจ้า...
pineapplesweet
Oct 26 2007, 13:41
ทอดกะถิน อย่างเดียวกาเจ้า ทอดผักหละใส่ใข่ตวยได้ก่อเจ้า
ละก่อน้ำพริกกะปิ กับป๋าทูทอด ว๊าวววววววว อยากกิ๋นเข้า ....คลิกเพื่อดูไฟล์แนบ(ไปละเจ้า กั๋วโดนเกิบบิน 555)
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 14:00
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 14:04
QUOTE(pineapplesweet @ Oct 26 2007, 13:41)

ทอดกะถิน อย่างเดียวกาเจ้า ทอดผักหละใส่ใข่ตวยได้ก่อเจ้า
ละก่อน้ำพริกกะปิ กับป๋าทูทอด ว๊าวววววววว อยากกิ๋นเข้า ....คลิกเพื่อดูไฟล์แนบ(ไปละเจ้า กั๋วโดนเกิบบิน 555) ------------------------------------------------------------------------
บ่เป่นหยังน้องแมว..ปี้ฮู้ว่าแถวบ้านน้องแมวบ่ค่อยมี..ดอกอันเนี่ยยยย.......อิอิ
KUM-AEOY~17
Oct 26 2007, 14:07
ขอขอบคุณข้อมูล..เวปธรรมะไทย...และ...โลกล้านนา..นักๆเจ้า...
ภาพ...จากทริ๊ป..cm.108...เจ้า.
doksarapee
Oct 26 2007, 14:08
ยินดีเจ้า น้อง ได้ฟังเรื่องราวดีๆ ไปใส่บาตรเทโว พรุ่งนี้กั๋นเจ้า ที่มช.
ถ่ายรูปงามๆเจ้า
ลุงแดง
Oct 26 2007, 14:09
[quote name='pineapplesweet' date='Oct 26 2007, 13:41' post='45686']
ทอดกะถิน อย่างเดียวกาเจ้า ทอดผักหละใส่ใข่ตวยได้ก่อเจ้า
ละก่อน้ำพริกกะปิ กับป๋าทูทอด ว๊าวววววววว อยากกิ๋นเข้า ....คลิกเพื่อดูไฟล์แนบ(ไปละเจ้า กั๋วโดนเกิบบิน 555) [/quote
เอ็อ เอ้ย อีหล้าแมว จะปา กระทู้ที่มี สาระ ลงทะเล เหียแล้ว ขอเป๋น ทะเลสาบดอยเต่า ก็แล้วกั๋นเน้อ จะไปออก อ่าวไทย เน้อ เดียวจะปิ๊กบ่ถูก
rescuecyber
Oct 26 2007, 23:13

ดอกนี้เปิ้ลฮ้องว่า ดอก สาละ ต้นก่อเรียนว่า ต้น สาละ เป็นต้นไม้ที่ถืว่าสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกต้นหนึ่งครับ
Sweet Vampire
Oct 27 2007, 04:41
ปี้ ๆ .. ออกว่ะสา จะปาย่าแมวไปไหนกาเจ้า.... หุหุหุ...
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรด
คลิกที่นี่.