ประชุมเมืองท่องเที่ยวหลัก 10 ประเทศ เจอวาระร้อนเสนอรับ "เกาหลีเหนือ" เข้าเป็นสมาชิก ฝ่ายไทยเสนอแผนความร่วมมือเชื่อมแหล่ง ท่องเที่ยวกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างเมือง จ้องจีบนักท่องเที่ยวจีน ร้องขอชาร์เตอร์ไฟลต์ ส่วนโครงการแลกเปลี่ยนด้านวิชาการ ธุรกิจ ยังไปได้น้อยมาก บทบาทส่วนใหญ่อยู่ที่ผู้ริเริ่ม

นายวิชัย ศรีขวัญ ผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงใหม่ ในฐานะตัวแทนจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในที่ประชุมกรรมการบริหาร "EATOF : East Asia Inter-regional Tourism Forum" กลุ่มเมืองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูงในประเทศกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก 10 ประเทศ จัดขึ้นที่เชียงใหม่ระหว่าง 5-7 กันยายนที่ผ่านมา กรรมการได้เร่งเร้าให้ประเทศสมาชิกร่วมกันพัฒนาฐานความรู้ขององค์กร เช่น เว็บไซต์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของประเทศเกาหลีใต้เป็นหลัก นอกจากนั้นมีการเจรจาเรื่องการแลกเปลี่ยน นักศึกษา นักธุรกิจ และเจ้าหน้าที่ระหว่างประเทศสมาชิก โดยแต่ละประเทศรับจะนำไปเสนอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันประเทศที่ริเริ่มให้ทุนการศึกษาภายใต้โครงการนี้คือเกาหลีใต้ ซึ่งมีทุนให้นักศึกษาในประเทศภาคีไปเรียนที่ Kangnung National University

ขณะเดียวกันฝ่ายไทยได้เสนอให้เพิ่มการแลกเปลี่ยนการทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยว เช่น การจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงหรือส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน กระตุ้นให้มีเกิดเที่ยวบินเชื่อมระหว่างเมืองต่างๆ ที่ร่วมในโครงการมากขึ้นกว่าเดิม

นายวิชัยกล่าวว่า กรรมการยังได้พิจารณาข้อเสนอให้เพิ่มสมาชิก EATOF ซึ่งจังหวัดจี๋หลิน ประเทศจีน เสนอเมืองนาซ่ง ในเกาหลีเหนือ ขณะที่ตัวแทนจังหวัดกังวอน ประเทศเกาหลีใต้ เสนอเมืองกังวอนเหนือ ประเทศเกาหลีเหนือ คณะกรรมการมีมติให้ทั้งจีน เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้เสนอ และเมืองทูฟ ประเทศมองโกเลีย ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนกันยายน 2552 สอบถามไปยังเมืองที่ถูกเสนอชื่อเพื่อ สอบถามถึงความพร้อม และพิจารณาร่วมกันว่าควรเชิญเมืองใด เพราะระเบียบเบื้องต้นของ EATOF ให้มีตัวแทนประเทศและหนึ่งเมืองเท่านั้น เบื้องต้นคาดว่าอาจเชิญทั้งสองเมืองที่มีผู้เสนอชื่อเข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์ระยะหนึ่งก่อน

นอกจากนั้นกรรมการมีมติให้ตั้งสำนักงานเลขาธิการถาวรขึ้นที่เมืองกังวอน ประเทศเกาหลีใต้ และให้มีเจ้าหน้าที่ประจำ ซึ่งจังหวัดกังวอนเสนอเป็นผู้รับผิดชอบเบื้องต้น ทั้งนี้จังหวัดกังวอนเป็นผู้ริเริ่มความร่วมมือนี้เมื่อปี 2542

นายทรงวิทย์ อิทธิพัฒนากุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ไม่ได้คาดหมายตัวเลขนักท่องเที่ยวจากประเทศภาคีที่เข้าร่วมประชุม แต่เน้นแนะนำเชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักของประเทศในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะจีนที่มีนักท่องเที่ยวเป้าหมายจำนวนมาก

นายทรงวิทย์กล่าวว่า เชียงใหม่มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่าปัจจุบันถึง 200% หรือรับได้กว่า 15 ล้านคนต่อปี กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มุ่งหวังคือนักท่องเที่ยวในภูมิภาค และประเทศเพื่อนบ้าน และเชื่อว่าการร่วมมือภายใต้โครงการนี้จะกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกัน ดีกว่าการคาดหวังนักท่องเที่ยวนอกภูมิภาค

"เราคาดหวังจากจีนซึ่งต้องการมาเที่ยวเมืองไทย ต้องการเห็นทะเล และเห็นวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่ของไทย ต้องกระตุ้นให้เกิดการบินเชื่อมโยงให้มาก อย่างน้อยเป็นชาร์เตอร์ ไฟลต์ เพื่อให้มีการเดินทางมากขึ้น" นายทรงวิทย์กล่าวและว่า ได้เสนอรายการท่องเที่ยวใหม่ เช่น แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใหม่ๆ ที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาค

ทั้งนี้จังหวัดกังวอน ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับเลือกเป็นเมืองก่อตั้ง เพราะเป็นผู้ริเริ่มการรวมตัวนี้ พร้อมกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมือง กังวอนโดยใช้ภาพยนตร์และสื่อทุกประเภท ที่ดำเนินอย่างเข้มข้นตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มีสมาชิกจังหวัดท่องเที่ยวของประเทศสมาชิกประกอบไปด้วยเมืองจี๋หลิน ประเทศจีน, เมืองซาราวัก ประเทศมาเลเซีย, เมืองทอทโทริ ประเทศญี่ปุ่น, เมืองยอร์กจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย, เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์, เมืองพริมอร์สกี้ ประเทศรัสเซีย เมืองทูฟ ประเทศมองโกเลีย, เมืองเชียงใหม่ของไทย และเมืองกวงนินห์ ของเวียดนาม เข้าเป็นสมาชิกล่าสุด จังหวัดสมาชิกจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในเดือนกันยายนของทุกปี โดยสมาชิกที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้คือจังหวัดพริมอร์สกี้ ประเทศรัสเซีย

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ