การมัวเมาในความสุขทางเนื้อหนัง
โดยปราศจากการนึกถึงโลกหน้า พระเป็นเจ้า และความตาย
และมีอำนาจเป็นความถุกต้อง
มีผลประโยชน์ของตัวเองเป็นความยุติธรรม...
เผด็จการกับประชาธิปไตยจึงไม่มีความหมายอันแตกต่างอะไรกัน
เพราะเป็นการจัดให้ฝ่ายของตนได้มาซึ่งการอยุ่ การมี นั่นเอง
แหละประชาธิปไตยนั้น เมื่อถึงคราวที่จะแสดงบทบาทอันจริงจังขึ้นมา
ก็ได้มอบอำนาจให้ใครคนใดคนหนึ่ง
หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีอำนาจเด็ดขาด และนั่นก็คือเผด็จการนั่นเอง
แล้วเหตุการณ์ก็เป็นไปตามอำนาจกิเลสของผู้มีกิเลส
จึงเห็นได้ว่าที่แท้นั้น ก็คือ กิเลสาธิปไตยต่างหาก
ที่บังคับกลุ่มชน ให้เป็นไป
ทะเยอทะยาน มีความโลภและหลงเป็นวาระซ่อนเร้น
และพร้อมจะแปรรูปเป็น ฉ้อราษฎร์บังหลวง กินตามน้ำ
คอรัปชั่นนั่นเอง
ลัทธิบริโภคนิยม คือ ครอบครองปัจจัยการผลิตอย่างไม่มีขอบเขต
และไม่รู้จักพอเพียง
พระเป็นเจ้า และ ความตาย คือ เกรงกลัวบาปจนกระทั่งกลัวตกนรก
นิรันดรในวันพิพากษาโลก
ขอให้มีดวงตาดวงใจจิตสำนึกต่อทุกชีวิตที่ร่วมกัน
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
จงเป็นสุข เปนสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย...
ให้ทำหน้าที่ทุกอย่างให้เป็นธรรม
ให้มีความรู้สึกว่าพอใจ
ให้มีสวรรค์ในการกระทำ
ให้ยกมือไหว้ตัวเองได้ทุกวัน..
ต ถา ตา ... อาเมน...ซาลามมาลากุม...ฯลฯ...
เฮ้อ!...ค่อยยังชั่วหน่อย...ไปทำงานต่อได้ละ..อิอิ