ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: สุดยอดจะท้าทาย พรบ.
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > Community Zone > สอบถามข้อมูลในเชียงใหม่ (กรุณาอย่าโฆษณาทุกชนิด )
die hard 4.0
กระทรวงไอซีทีฉาวหนัก
เว็บไซต์หลักถูกแฮกเกอร์เปลี่ยนโฉมหน้าสู่โหมดเชียร์ทักษิณ
พร้อมถ้อยคำประนาม คมช. สุดลิ่มทิ่มประตู
แถมด้วยวลีเด็ด
"เอาเผด็จการของพวกม-รึ-งคืนไป เอาประเทศไทยของก-รูคืนมา"
ตัวใหญ่ยักษ์

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสียหน้าครั้งใหญ่
เมื่อหน้าหลักของเว็บไซต์ถูกมือมืดบุกเข้าจู่โจม
ด้วยการเปลี่ยนพื้นหลังหน้าเว็บให้เป็นสีดำทั้งหมด
และมีภาพของอดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร"
ขณะกำลังยิ้มโบกมือทักทาย ปรากฏอยู่ตรงกลางเว็บ

สำหรับกรณีอื้อฉาวดังกล่าว
ทีมข่าวผู้จัดการออนไลน์ได้รับการรายงานจากผู้สื่อข่าวว่า
ในช่วงเวลาประมาณ 11.50 น.ของวันนี้
ได้ทำการเปิดหน้าโฮมเพจของเว็บไซต์กระทรวงไอซีทีขึ้นมา
แต่หน้าโฮมเพจกลับปรากฏภาพแบ็กกราวน์สีดำ
และข้อความโจมตีเผด็จการดังกล่าวขึ้นมาแล้ว

ต่อมาในเวลาประมาณ12.00น. เมื่อผู้สื่อข่าวได้ทำการรีเฟรชหน้าจออีกครั้งหนึ่ง
ก็พบว่าข้อความดังกล่าวหายไป
และแสดงประโยคว่า Server Error in '/' Application ขึ้นมาแทน

สำหรับหน้าจอที่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยฝีมือของแฮกเกอร์นั้น
แสดงภาพด้านบนเป็นธงชาติไทย และด้านล่างของหน้าจอมีภาพของ
พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช.
พร้อมถ้อยคำที่ไม่สุภาพแสดงอยู่

นอกจากนั้น ภายในหน้าเว็บไซต์ยังมีการโพสต์เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแนวคิด
"ไม่เอาเผด็จการ" ปรากฎอยู่ด้วย

ในเบื้องต้น นายวิษณุ มีอยู่ โฆษกกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า
"ทางกระทรวงกำลังเร่งตรวจสอบไอพีเพื่อหาตัวผู้กระทำผิด
โดยจะประสานงานกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน"
พร้อมกันนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในช่วงเช้าของวัน
ทีมงานโฆษกได้มีการตรวจสอบหน้าเว็บไซต์แล้ว และพบว่าไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นแต่อย่างใด
ซึ่ง ณ ขณะนี้จึงอาจพอทราบได้ว่า
การลักลอบเข้ามาโจมตีเว็บไซต์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นระหว่างช่วงเช้าถึงช่วงเที่ยงวัน


ผู้เชี่ยวชาญในวงการไอทีบางรายให้ความเห็นว่า
การกระทำดังกล่าวอาจมีเจตนาท้าทายกฎหมายฉบับใหม่
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ด้วย

สำหรับความคืบหน้า ทางทีมงานผู้จัดการออนไลน์จะติดตามมานำเสนออย่างต่อเนื่องต่อไป

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์




1. การทะลุไปถึงกระทั่งเปลี่ยนหน้าหลักของ Web
มีขั้นตอนมากมาย ถึงแม้จะใช้ soft ware ช่วย
อย่างน้อย firewall ของระบบก็ต้องมีการ warning บ้าง

2. ฟันธง "เกลือ ICT" เป็นหนอน

3. แสดงว่าอย่างน้อยคนใน ICT ก็มีคนต่อต้านเหมือนกัน

4. พ.ร.บ.IT อ่านดูบทกำหนดโทษแล้วงานนี้มีโทษจำ 5 ปี




(ให้เป็นดุลยพินิจของ Web Master นะครับ )
อ้ายง่าว
หมู่เผด็จการตะหาน จะได้ฮู้พ่องว่ามีคนบ่าต้องการพวกมัน นักมอกใด
tansaisunee
น่าจะเป็นการท้าทายการออกกฏหมายใหม่ของกระทรวงมากกว่า.....พวกออกลองของ...ลองวิชา..
ลองความสามารถอ่ะเน๊าะ....แต่คิดอีกแง่นะ...กระทรวงน่าจะขอบคุณด้วซ้ำที่ลงทุนเข้ามา
ดสอบระบบ...(ที่ยอดแย่)...ขนาดไมโครซอพยังเสียเงินตั้งเยอะในการทดสอบการเจาะระบบ...
แต่นี่...เขาทดสอบให้ฟรี ๆ อ่ะ....อิอิอิ....นี่ขนาดกระทรวงไอซีทีนะเนี๋ยะ.....ยังง่ายเหมือนหลอกกินขนมเด็กขนา
นี้.....อิอิ....เมิองไทยยังอีกไกล...
ส่งต่อ--จะโดนมั๊ยเนี่ย?อิอิ







จดหมายเปิดผนึกจาก คปส. และ FACT ถึง พลเมืองไทย

ว่าด้วยการบังคับใช้ พ.ร.บ. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ตั้งแต่ 19 กรกฎาคม เป็นต้น

วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2550
คือวันที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
ประการใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับแรก
ที่ถูกผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
ภายหลังจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549

ทั้งนี้ หลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว
มีผลบังคับใช้จริงภายใน 30 ดังนั้นในวันพรุ่งนี้คือวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
เป็นวันที่กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อพลเมืองไทยทุกคน โดยเฉพาะปัจเจกบุคคล
หรือกลุ่มบุคคลที่ความเกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์ในทุกมิติ
อีกทั้งกระทรวงไอซีทีกำลังดำเนินการผลักดันกฎกระทรวงซึ่งเป็นกฎหมายประกอบ พ.ร.บ.
ความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
จำนวน 3 ฉบับ คือ หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.
กฎกระทรวงว่าด้วยการยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)
และเครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT)
เห็นความสำคัญในการมีกติกาสำหรับการป้องกันการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่ส่งผลกร
ทบต่อสาธารณชน
แต่เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการใช้พระราชบัญญัติฯ
ดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการควบคุมสิทธิเสรีภาพในการสื่อสาร (Communication Rights)
ของพลเมือง

ทั้งนี้เรามีข้อสังเกตว่า

การออกพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯ
เป็นการออกกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างมากในการตรวจสอบข้อมูลทั้งโดยผ่า
ศาลและอำนาจโดยตรงของ
เจ้าหน้าที่ ซึ่งกฎหมายยังกำหนดด้วยว่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ท (Internet Service Providers-ISP)
จะต้องเก็บข้อมูลย้อนหลังไว้นานถึง 90 วัน ไว้ให้เจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องรับรู้
ดังนั้นหากเปรียบก็เหมือนเราจะถูกค้นบ้านได้โดยไม่ต้องมีหมายศาลและไม่ต้องแจ้งเรา
นอกจากจะถูกค้นได้ภายในวันนั้นแล้ว ยังสามารถถูกย้อนหลังตรวจได้อีก 90 วัน
ซึ่งนอกจากจะถูกลิดรอนสิทธิการตรวจสอบข้อมูลที่ถือได้ว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการสื่
สารแล้ว
ขณะนี้ยังมีประเด็นที่เป็นข้อกังวลถึงความพร้อมในการบังคับใช้กฎหมายด้วยว่า เมื่อมีกฎหมายมาแล้ว
แต่ในกฎหมายกลับยังไม่มีการระบุคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามกฎหมายนั้นว่าจะ
ด้มาอย่าง
ใครจะเป็นผู้แต่งตั้งมา ดังนั้นจึงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการระบุกติกาที่มาของเจ้าหน้าที่อย่างไร

การออกกฎหมายการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
เป็นการออกกฎหมายตามที่เคยต้องการให้มีกฎหมายควบคุมสื่ออิเล็กทรอนิคส์ ที่เดิมออกแบบกฎหมายไว้ 6
เรื่องซึ่งจะมีทั้งการป้องกันปราบปราม และการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล แต่ปรากฏว่าในการออกกฎหมายครั้งนี้
รัฐบาลตั้งใจเลือกจะออกแต่เฉพาะกฎหมายที่เป็นการปราบปราม ซึ่งกระทบและลิดรอนสิทธิประชาชนผู้สื่อสาร
โดยรัฐบาลไม่คิดที่จะยกร่างกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้บังคับร่วม
ันเลย
ซึ่งหากจะออกฎหมายที่มีผลตรวจสอบข้อมูลการสื่อสารของบุคคลย้อนหลังได้ถึง 90 วัน
รัฐก็ควรผลักดันให้ออกร่างกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

เราเกรงว่า นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป รัฐจะใช้กฎหมายดังกล่าวในการลิดรอนสิทธิความเป็นส่วนตัว (Right to privacy)
และสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก (Freedom of Expression)
ของประชาชนหนักข้อขึ้นด้วยการใช้กฎหมายโดยมีเหตุผลซ่อนเร้นทางการเมืองมากกว่าการป้อ
ปรามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง
โดยเฉพาะในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่สังคมไทยขาดความเป็นประชาธิปไตย
และแนวโน้มในอนาคตที่รัฐอำนาจนิยมจะครอบงำสิทธิเสรีภาพพลเมืองไทยมากขึ้น
เช่นการผลักดันกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ...
หรือทิศทางการสืบทอดอำนาจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช) เป็นต้น
ดังนั้นจึงจำเป็นที่สังคมไทยจะต้องตื่นตัวเฝ้าระวัง
การใช้อำนาจรัฐคุกคามสิทธิของประชาชนอย่างจริงจังมากขึ้น

เราเห็นด้วยกับหลักการในการคุ้มครองเด็ก หรือ บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่รับความเสียหายจากการใช้คอมพิวเตอร์
แต่เราไม่เห็นด้วยที่รัฐจะมีอำนาจมากเกินไปในการควบคุม เซ็นเซอร์
เนื้อหาสาระในสื่อคอมพิวเตอร์ หรืออินเตอร์เน็ต
จนกระทั่งทำให้เส้นแบ่งระหว่างการที่รัฐจะปกป้องผู้ที่ถูกกระทำจากคอมพิวเตอร์
กับการละเมิดสิทธิของพลเมืองโดยรัฐเองนั้นคลุมเครือยิ่ง

การเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถเข้า ค้น ยึด อายัด สื่อคอมพิวเตอร์ได้นั้น
ย่อมไม่ต่างจากแนวคิดรัฐอำนาจนิยมในอดีตที่ออกกฎหมายให้มีการยึดแท่นพิมพ์
หรือจับกุมเครื่องส่งกระจายเสียงสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ถ้ารัฐเห็นว่าการกระทำใดขัดต่อกฎหมาย
หรือความมั่งคงของรัฐ ทั้งที่กระบวนการร่างกฎหมาย ดังกล่าวนี้ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน
ที่สำคัญกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มาจากสภานิติบัญญัติซึ่งเป็นตัวแทนโดยตรงของประชาชนเลย
แต่ผลก็คือเราทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างยอมจำนน

วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2550 เป็นวันที่กฎหมายดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้

คปส. และ เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชน
ชุมชนสื่อออนไลน์ ช่วยเผยแพร่ ข่าวสาร ความคิดเห็น หรือส่งเสียงประท้วงคัดค้าน
ในกรณีที่มาตรการตามกฎหมายดังกล่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัว
เสรีภาพในการแสวงหาข้อมูล เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์
โดยเฉพาะเสรีภาพของประชาชนที่มีจุดยืน ความคิด ความเชื่อ ความรู้สึกทางการเมืองแตกต่างจากอำนาจรัฐ

ถึงเวลาแล้วที่พลเมือง ผู้ไม่ยอมรับการคุกคามสิทธิเสรีภาพผ่านสื่อออนไลน์ (Cyber dissidents)
จักต้อง รวมพลังกันติดตาม ตรวจสอบ คัดค้าน หรือประท้วงการใช้อำนาจของรัฐในทางมิชอบ
ก่อนที่เราจะตกเป็นฝ่ายที่ถูกรัฐจัดการ ตรวจสอบและดำเนินคดีกับเราคนใดคนหนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัว

เราต้องไม่ยอมให้รัฐรุกล้ำ คุกคาม สิทธิความเป็นส่วนตัว สิทธิพลเมือง
และสิทธิทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเมื่อสิทธิเสรีภาพถูกยึดกุมไปได้แล้ว
ยากที่เราจะเรียกร้องให้คืนกลับมา

ที่สำคัญ ความผิดทางอาชญากรรมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นคนละเรื่อง
กับเสรีภาพการนำเสนอข้อมูลและแสดงความคิดเห็นผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต
พราะการพูด การเขียน การแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่อาชญากรรม
อีกทั้งเว็บไซต์การเมืองไม่ใช่เว็บโป๊เปลือย
การอ้างเรื่องการควบคุมเว็บไซต์ลามกอนาจารพ่วงแถมด้วยการควบคุมเว็บไซต์ทางการเมืองด
วยนั้น
เท่ากับรัฐกำลังทำให้การเมืองเป็นเรื่องอนาจารที่ประชาชน
ไม่ควรดู ไม่ควรอ่าน ไม่ควรคิด ไม่ควรพูด หรือแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกใดๆ ในพื้นที่สาธารณะ

เสรีภาพในการแสดงออกผ่านสื่อคอมพิวเตอร์ ไม่ต่างจากเสรีภาพสื่ออื่น
เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์
หรือสื่อสารมวลชนใดในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารเชื่อมถึงกันหมด (Convergence)
งนั้นจึงต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง เพราะสิทธิเสรีภาพสื่อเหล่านี้
มันคือสิ่งชี้วัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ซึ่งถือ เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย

คณะกรรมการณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)

เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT)

18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

..............................................................

งานนี้ไม่เกี่ยวกับ"แม้ว" แต่ อย่างใด ทางกระทรวงฯเองก็ยอมรับอย่างนั้น

"ไซเบอร์บอย" พ่นพิษ ซะแร้ว สุดยอดเลย เด็กไทย ฮิฮิๆๆๆๆๆๆๆ
ผู้มาเยือน
.......................นายแน่มาก............
pineapplesweet
"งานนี้ไม่เกี่ยวกับ"แม้ว" แต่ อย่างใด ทางกระทรวงฯเองก็ยอมรับอย่างนั้น

ไซเบอร์บอย" พ่นพิษ ซะแร้ว สุดยอดเลย เด็กไทย ฮิฮิๆๆๆๆๆๆๆ
................................................................................
....

.... จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องให้ ....

"ยกผลประโยชน์ให้จำเลย" นายแน่มาก แต้ๆจ้าวววววว หุ หุ หุ ........


คลิกเพื่อดูไฟล์แนบ

mita
เอิก ...........มีเย้ยฟ้า ..............โตยวุ้ย

ไผ๋ยะ หยั๋งมา แสบแต้ว่า

เด๊ะไทย เก่ง ไบ๊ เก่ง ง่าว อิอิ

กระทรวง IT บะแน่ น๊อ อิอิ
ds2000
ขอปรบมือหื้อเลยเน้อ....คนตี่เข้าไปแฮกจะอี้นา.......สุดยอด... 080402cool_prv.gif
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......