การเข้าตรวจค้นต้องมีเอกสารในการขอเข้าตรวจดังนี้
1. หมายค้นจากศาล ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะมีรายละเอียดเรื่องบ้านเลขที่ที่จะเข้าตรวจค้น , รายชื่อซอฟแวร์ที่จะเข้าตรวจค้น, ผู้มีอำนาจในการตรวจค้น, ระยะเวลาที่จะเข้าทำการตรวจค้น โดยถ้าข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งผิดพลาด เรามีสิทธิ์ปฏิเสธการเข้าตรวจค้นได้โดยถูกกฎหมาย อีกเรื่องก็คือเวลาการเข้าตรวจค้นตามหมายค้น จะไม่สามารถดำเนินการได้หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน (18.00 น.) และตำรวจที่ได้รับอำนาจในการตรวจค้น จะต้องเป็นชั้นสัญญาบัตรเท่านั้น (ร.ต.ต.ขึ้นไป) โดยอาจจะมีการพาลูกน้องมาด้วย
2. หนังสือมอบอำนาจในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งต้องมอบอำนาจกันมาอย่างไม่ขาดช่วงขาดตอน เริ่มตั้งแต่ผู้ผลิตเป็นต้นมา
3. บัตรตัวแทนจากสำนักลิขสิทธิ์
4. บัตรประจำตัวของพวกตำรวจที่จะขอเข้าตรวจค้น
ตำรวจค้นบ้าน ไม่มีหมายค้น เจอคุก 3 ปี
คดีตำรวจค้นบ้าน ป.ประตูน้ำ ไม่มีหมายค้นในเวลากลางคืน แต่อ้างว่ามีหมายค้นจากศาลแขวงดุสิต ในขณะเข้าทำการตรวจค้นในเวลากลางคืน ศาลไม่ได้ออกหมายค้นในเวลากลางคืน และเมื่อเข้าตรวจค้นไม่ได้แสดงหมายค้นให้ ป.ประตูน้ำดู และเมื่อไล่ให้ออกไปนอกบ้าน ตำรวจไม่ยอมออกไป ตาม ป.วิ อาญา มาตรา 96 การค้นในที่รโหฐานต้องกระทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก ยกเว้น ค้นตั้งแต่กลางวันและยังค้นไม่เสร็จ แต่คดีนี้ไม่ได้มีการค้นในเวลากลางวัน แต่ตำรวจค้นในเวลากลางคืน จึงถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อ.มาตรา 157 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี ปรับสองพันถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับตำรวจที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจอยู่ในมือจะทำอะไรตาม อำเภอใจโดยฝ่าฝืนกฎหมายและละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะกระทำมิได้หากฝ่าฝืนละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะต้องได้รับโทษเหมือนเช่นคดีนี้
ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน มาตรา 33 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหะสถาน การเข้าไปในเคหะสถาน โดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครองหรือการตรวจค้นเคหะสถานหรือในที่รโหฐาน จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลเท่านั้นหรือมีเหตุอย่างอื่นที่กฎหมายบัญญัติ ดังนั้นการกระทำของตำรวจในการค้นบ้าน ป.ประตูน้ำ จึงขัดทั้ง ป.วิ อาญา และขัดกับรัฐธรรมนูญ
คดีนี้จึงเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับตำรวจไทย ที่ชอบใช้อำนาจโดยพละการ จะต้องจดจำไปอีกนาน เพราะศาลได้พิพากษาให้จำคุกคนละ 3 ปี ปรับ 3,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี
ความผิดซึ่งหน้า หมายถึง ต้องเป็นความซึ่งหน้าต่อเจ้าพนักงานเท่านั้น(ตำรวจ) ไม่ต้องมีหมายศาล
-ถ้ามาล่อเล่น ผู้ล่อเล่น ต้องเป็นตำรวจเท่านั้น ถือเป็นความซึ่งหน้า ไม่ต้องมีหมายศาล
-ถ้าผู้มาล่อเล่นไม่ใช่ตำรวจ ถือว่าไม่เป็นความผิดซึ่งหน้า ต้องมีหมายศาลเท่านั้น
-ถ้าผู้มาล่อเล่นเป็นตำรวจ ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่า เป็นแผ่นมีลิขสิทธิ์หรือแผ่นไม่มีลิขสิทธิ์
-ระวังตำรวจปลอม หรือตำรวจที่ไม่มีอำนาจหน้าที่
สิ่งที่พิจารณาก่อนให้ตรวจ
สรุป เกือบทุกกรณีต้องมี หมายศาล
ระวังปลอม ทั้งตัวบุคคลและเอกสาร
1. หมายศาล หมายถึง หมายค้น ไม่ใช่ หมายจับ
-วันเดือนปี ต้องตรงวันมาดำเนินการ
-ที่อยู่ที่มาตรวจ(ร้านที่มาตรวจ) ต้องตรง ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อยนิด ไม่ได้
-ฉบับจริงเท่านั้น สำเนาไม่ได้ หมายค้นต้องมี ตราครุฑบนหัวเอกสาร ลงท้ายเอกสารต้องมีตราประทับพร้อมลงลายมือชื่อของผู้พิพากษา
-ระวังหมายศาลปลอม
2. หนังสือร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน (สถานีตำรวจท้องที่)
-วันเดือนปีต้องตรง ที่อยู่ร้านต้องตรง
-สำเนาได้ แต่ต้องรับรองถูกต้อง
3. หนังสือขอกำลังเจ้าหน้าที่ (ตำรวจท้องที่)
-วันเดือนปีต้องตรง ที่อยู่ร้านต้องตรง
-สำเนาได้ แต่ต้องรับรองถูกต้อง
4. บัตรประจำตัวประชาชน ผู้มาจับ ทุกคน -ฉบับจริงเท่านั้น
5. บัตรประจำตัวตำรวจ ทุกคน
-ฉบับจริงเท่านั้น
6. บัตรประจำตัวผู้มาจับ ออกโดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา -ฉบับจริงเท่านั้น
7. หนังสือมอบอำนาจจากบริษัทเกมส์ประเทศนั้นๆ ให้บริษัทตัวแทนในไทย
-ระยะเวลา วันเดือนปี ต้องไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือ เช่น หนังสือออกเมื่อ 5 มกราคม 2547 เท่ากับหมดอายุ 5 มกราคม 2548 จะนำมาใช้หลัง 5 มกราคม 2548 ไม่ได้
-เงื่อนไข มีอำนาจระดับใด จำหน่ายอย่างเดียว จับอย่างเดียว หรือทั้งสองอย่าง
-ตรวจชื่อเกมส์อะไร ภาคอะไร
-ต้องมีทั้ง 2 ฉบับ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย พร้อมทั้งรับรองการแปล โดยสถานฑูตหรือสถานกงศุลของประเทศนั้น -สำเนาได้ ต้องรับรองถูกต้อง
8. หนังสือมอบอำนาจจากบริษัทตัวแทนในไทยให้ผู้ดำเนินการจับ
-ต้องไม่ขาดช่วง
-ดูรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ เช่น อาจจะให้อำนาจตรวจจับเฉพาะร้านใดร้านหนึ่งเท่านั้น ตรวจจับร้านอื่นไม่ได้
-ขอบเขตระยะเวลา นับแต่วันที่ออกหนังสือ เช่น อาจจะ 7 วัน 1 เดือน 2 เดือน
-ปกติจะมอบอำนาจให้เพียง 2 คน ฉะนั้น 2 คนนี้เท่านั้นที่มีสิทธิ์ดำเนินการพร้อมตำรวจ ลิ่วล้อคนอื่นๆ ไม่ให้เข้าร้าน
-ฉบับจริงเท่านั้น
9. หนังสือรับรองการเป็นบริษัทตัวแทน จากบริษัทในประเทศนั้นๆ
-มีอำนาจระดับใด จำหน่าย จับ หรือทั้งสองอย่าง
-ระยะเวลาในการเป็นตัวแทน
-สำเนาได้ ต้องรับรองถูกต้อง
10. จะต้องกระทำการก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น
ทั้งนี้ ถ้าผู้มาจับลิขสิทธิ์เป็นของจริงจะยินดีให้เราได้ตรวจพิจารณาเอกสารก่อน กระทำการ เราต้องตรวจพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน รอบคอบ
ถ้าผู้มาจับลิขสิทธิ์เป็นของปลอมจะไม่ให้ดู หรือให้ดู ก็ให้ดูแบบแวบๆ ให้ขัดขืน ต้องสู้ ป้องกัน พร้อมทั้งแจ้งความกลับได้เลย บุกรุก ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ข่มขู่ กรรโชกทรัพย์ แจ้งความอันเป็นเท็จก่อนให้เกิดผลทางคดีอาญาและแพ่ง ถ้ามีทรัพย์เสียหาย เรียกค่าเสียหายคูณ 10 เท่า ถ้าได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ เรียกค่ารักษาพยาบาลทางร่างกายและค่ารักษาพยาบาลทางจิตใจ ในหลักแสน และให้เรียกค่าเสียหายเนื่องจากขาดรายได้ในวันนั้นๆ คูณ 10 เท่า
หมายศาล ระวังปลอม ทั้งตัวบุคคลและเอกสาร
1. หมายศาล หมายถึง หมายค้น ไม่ใช่ หมายจับ
-วันเดือนปี ต้องตรงวันมาดำเนินการ
-ที่อยู่ที่มาตรวจ ต้องตรง ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อยนิด ไม่ได้
-ฉบับจริงเท่านั้น ต้องมี ตราครุฑบนหัวเอกสาร ลงท้ายเอกสารต้องมีตราประทับพร้อมลงลายมือชื่อของผู้พิพากษา
-ระวังหมายศาลปลอม
2. หนังสือร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน (ตำรวจท้องที่ หรือ ตำรวจ สศก)
-วันเดือนปีต้องตรง ที่อยู่ร้านต้องตรง
-สำเนาได้ ต้องรับรองถูกต้อง
3. หนังสือขอกำลังเจ้าหน้าที่ (ตำรวจท้องที่ หรือ ตำรวจ สศก)
-วันเดือนปีต้องตรง ที่อยู่ร้านต้องตรง
-สำเนาได้ ต้องรับรองถูกต้อง
4. บัตรประจำตัวประชาชน ผู้มาดำเนินการ ต้องแนบมากับหนังสือมอบอำนาจ
-ขอดูฉบับจริง
5. บัตรประจำตัวตำรวจ ทุกคน
-ฉบับจริงเท่านั้น
6. บัตรประจำตัวผู้มาจับ ออกโดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา
7. หนังสือมอบอำนาจจากบริษัทหนังนั้นๆ
-ระยะเวลา วันเดือนปี ปกติไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือ เช่น หนังสือออกเมื่อวันที่
7 สิงหาคม 2540 เท่ากับหมดอายุ 7 สิงหาคม 2551 จะนำมาใช้หลัง 7 สิงหาคม 2551
ไม่ได้
-เงื่อนไข มีอำนาจระดับใด จำหน่ายอย่างเดียว จับอย่างเดียว หรือ ทั้งสองอย่าง
-ตรวจรายชื่อหนังเรื่องอะไร ภาคไหน
-สำเนาได้ ต้องรับรองถูกต้อง
8. หนังสือมอบอำนาจจากบริษัทตัวแทนให้ผู้ดำเนินการจับ
-ต้องไม่ขาดช่วง
-ขอบเขตระยะเวลานับแต่วันที่ออกหนังสือ เช่น อาจจะ 7 วัน 1 เดือน 2 เดือน
-เงื่อนไขต่างๆ เช่น อาจจะให้อำนาจจับเฉพาะร้านใดร้านหนึ่งเท่านั้น จับร้านอื่นไม่ได้
-ฉบับจริงเท่านั้น
9. หนังสือรับรองการเป็นบริษัทตัวแทนจับ จากบริษัท
-ระยะเวลาในการเป็นตัวแทน
-สำเนาได้ ต้องรับรองถูกต้อง
10. กรณีเจ้าของบริษัทเป็นของคนไทย ต้องมี สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของบริษัท
กรณีเจ้าของบริษัทเป็นของชาวชาติ ต้องมี สำเนาพาสปอร์ตเจ้าของบริษัท
11. จะต้องกระทำการก่อนพระอาทิตย์ตกดิน (ยกเว้นแล้วแต่กรณี ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของศาล)
ทั้งนี้ ผู้มาจับลิขสิทธิ์เป็นของจริง จะยินดีให้เราได้ตรวจพิจารณาเอกสารก่อนกระทำการ เราต้องพิจารณาอย่างละเอียด รอบคอบ
ถ้าผู้มาจับลิขสิทธิ์เป็นของปลอม จะไม่ให้ดูหรือให้ดูแบบผ่านๆ ให้ป้องกัน ขัดขืน ต้องสู้ พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีกลับได้เลย กับตำรวจที่มาด้วย ในข้อหา บุกรุก ข่มขู่ กรรโชกทรัพย์ ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์(กรณีมีมากกว่า 3 คน) ถ่ายภาพโดยมิได้รับอนุญาต แจ้งความอันเป็นเท็จก่อนให้เกิดผลทางคดี ในกรณีมีทรัพย์สินเสียหาย เรียกค่าทรัพย์สินเสียหายคูณ 10 เท่าของค่าเสียหาย ให้เรียกค่าเสียหายอันเนื่องมาจากขาดรายได้ในวันนั้นๆ คูณ 10 เท่า หากได้รับบาดเจ็บ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ(สำคัญ) ให้เรียกค่ารักษาพยาบาลทางร่ายกายและค่ารักษาพยาบาลทางจิตใจ อย่างน้อยในหลักแสนบาทขึ้นไป
การเข้าตรวจค้น
การเข้า ตรวจค้น โดยหลักแล้วจะค้นได้ ต้องมีหมายค้นของศาลเท่านั้น กรณีบ้านที่มีประตูดังกล่าวและอยู่ในครอบครองของเรา ตำรวจไม่มีสิทธิเข้ามาขอค้นโดยไม่มีหมายค้นครับ แล้วถามว่ามีสิทธิยกคอมพิวเตอร์หรือป่าว ก็ไม่มีครับ หากจะถือว่าเป็นหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิด ก็ไม่ได้เช่นกันเพราะเมือไม่มีหมายค้นก็ไม่มีอำนาจกระทำการใดๆทั้งสิ้น
คำพิพากษาฎีกาที่ 4301/2543
การ ที่จำเลยกระทำความผิดโดยทำซ้ำบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ของ โจทก์ลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ส. ตามที่ส.ได้ ล่อซื้อ นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อของส. ซึ่งได้รับการจ้างให้ล่อซื้อจากโจทก์ เท่ากับโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ เพราะฉะนั้น การล่อซื้อและการส่งหน้าม้ามาลงเพลงในคอมพิวเตอร์/การล่อเล่นในกรณีเกมส์ เพลย์ จึงเป็นกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกานี้ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้อง
พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 66 บัญญัติว่า ความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์เป็นความผิดอันยอมความได้ผลทางกฎหมายคือ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ตัวผู้กระทำละเมิดและรู้ถึงการละเมิด มิฉะนั้นจะขาดอายุความร้องทุกข์และการแจ้งความร้องทุกข์จะต้องกระทำโดยผู้ เสียหาย หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายจะต้องเป็น "ผู้เสียหายโดยนิตินัย" แต่หากผู้เสียหายเป็นผู้มีส่วนร่วม หรือก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีได้ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ค้นในร้านอินเทอร์เน็ต คดีละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องใช้หมายค้นหรือไม่
ข้อความ : ค้นในร้านอินเทอร์เน็ต คดีละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องใช้หมายค้นหรือไม่
พุธ, 03/21/2007 - 10:11 — ทนายความสายัณห์
จับ คดีลิขสิทธิ์ในร้านอินเทอร์เน็ต โดยเหตุผลว่าเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ดูจะเป็นข้ออ้างที่ดีมาก แต่จากที่ผ่านมาแท้จริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น แต่กลับเป็น เงินค่ายอมความมากกว่าการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และก็เงินค่ายอมความนี้แหละครับ ที่ทำให้คนเราถึงทำได้ทุกสิ่งแม้ว่าเรื่องนั้นจะไม่ถูกกฎหมาย โดยอาศัย ตำรวจ เป็นเครื่องมือ ประกอบกับความไม่รู้กฎหมายของเจ้าของร้าน จากอดีตที่ผ่านมาข้ออ้างที่จะพบเสมอเมื่อมีการจับกุม คือ เป็นความผิดซึ่งหน้าไม่ต้องมีหมายค้น แล้วก็อาศัยตำรวจที่ตกเป็นทาสของพวกมิจฉาชีพ เขาดำเนินการจับกุม จนผมต้องออกมาปกป้องสิทธิอย่างต่อเนื่องว่า ร้านอินเทอร์เน็ตการจะค้นต้องมีหมายค้น เว้นแต่เป็นความผิดซึ่งหน้าจริงๆ คือ ตำรวจเดินเข้ามาในร้านแล้วพบว่ามีการใช้งานละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ต่อหน้า กรณีอย่างนี้ถึอว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า สามารถจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น แต่ถ้าเป็นกรณ๊ที่ตำรวจเข้ามาในร้านไม่เห็นงานอันละเมิดลิขสิทธิ์ และไม่มีหมายค้นมาด้วย แต่จะขอเปิดเครื่องเพื่อค้นหางานอันละเมิดลิขสิทธิ์ กรณีอย่างถือว่าไม่ถูกกฎหมาย จะต้องมีหมายค้นจากศาล เท่านั้น ซึ่งแนวทางนี้ผมใช้มาโดยตลอด ปรากฎว่าผู้รับมอบอำนาจได้วิวัฒนาการแนวความคิดใหม่ โดยเปลี่ยนประเด็นจากร้านเน็ตเป็นที่สาธารณะ เป็นว่า ตำรวจที่จับกุมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ สามารถเข้าค้นได้โดยไม่มีหมายค้น ( มาตรา ๖๗ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ) ซึ่งประเด็นนี้ถ้านักกฎหมายที่ดูเรื่องลิขสิทธิ์อย่างต่อเนื่องและจริงจังก็ จะทราบได้เลยว่า ไม่ถูกต้อง เพราะตามนิยาม ของคำว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ คือ ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ( พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ) ฉะนั้นตำรวจที่จะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และสามารถเข้าค้น ในร้านอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น จะต้องได้รับการแต่งตั้งจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ( ตามที่ผมแนบมาให้ดูเป็นตัวอย่าง )ฉะนั้นจึงขอสรุปว่า ถ้าตำรวจผู้นั้นไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก รมว.พาณิชย์ การค้นต้องมีหมายค้น และร้านอินเทอร์เน็ตไม่ใช่ที่สาธารณะ ถ้าไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าการค้นต้องมีหมายค้น เสมอ และขอฝากผู้บังคับใช้กฎหมายทุกท่าน หากท่านเป็นข้าราชการ ไม่ใช่เป็นพวกของมิจฉาชีพ ขอให้รักษาความเป็นกลางและศึกษากฎหมายอย่างถ่องแท้ ก่อนที่จะดำเนินการจับกุมประชาชนที่สุจริต
ขอบคุณครับ
จาก
http://photo.lannaphotoclub.com/index.php?...43131#msg343131