KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:17
สัญลักษณ์หยิน - หยาง
หยิน คือ ส่วนที่เป็นสีดำ มีหยาง คือ สีขาวอยู่ที่ส่วนหัว
และหยาง คือ รูปสีขาว มีหยิน คือ จุดกลมสีดำอยู่ที่ส่วนหัว
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:19
ลัทธิหยิน - หยาง
เป็นลัทธิเกี่ยวกับจักรวาลวิทยา ซึ่งจะศึกษาและค้นหาความจริงอันเกี่ยวกับสากลจักรวาล
และมีความเชื่อว่า หยิน - หยาง เป็นต้นเค้าหรือเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง
นิกายหยิน - หยางนี้ มีรากฐานความเป็นมาจากดาราศาสตร์
โดยพยายามอธิบายปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
สำหรับทฤษฎีหยิน - หยาง นั้น
ได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และปรากฎการณ์ในธรรมชาติ
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:21
หยินหยางคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวแทนแห่งสัจธรรมของโลก
หยินแสดงถึงสภาพการคงที่เปรียบเสมือนดิน
หยางแสดงถึงสภาพการเคลื่อนไหวเปรียบเสมือนน้ำ
เมื่อการคงที่ปะทะการเคลื่อนไหวดังเช่นดินปะทะน้ำ
จะบังเกิดผลลัพธ์ซึ่งเป็นพลังอันมหัศจรรย์ของโลก
และเป็นความลับแห่งจักรวาล
พลังเหล่านั้นน้อยคนนักที่มีโอกาสได้สัมผัสอย่างแท้จริง...
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:24
หยิน-หยาง หรือกฏแห่งความสมดุลของธรรมชาติ
เป็นปรัชญาของลัทธิเต๋าที่เชื่อว่าสรรพสิ่งบนโลกใบนี้จะต้องมีสิ่งคู่กันเสมอ
มีมืดก็ต้องมีสว่าง มีร้อนก็ต้องมีเย็น มีผู้หญิงก็ต้องมีผู้ชาย
หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป หรือมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากหรือน้อยเกินไป
ก็จะเกิดภาวะไม่สมดุลซึ่งจะนำหายนะมาให้
หยิน-เป็นตัวแทนของความมืดมิด ไม่เคลื่อนไหว อ่อนล้า เศร้าโศก ตวามตาย
ความหนาวเย็น ผู้หญิง
หยาง-เป็นตัวแทนของความกระตือรือร้น พลังงาน แสงสว่าง
ผู้ชาย การเกิด การเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่ง
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:30
ธรรมชาติมีคุณลักษณะสำคัญ 3 ประการคือ
1. ความเป็นวัฎจักรที่หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างเป็นระบบ
เช่น การเกิดขึ้นของกลางวันและกลางคืน
การหมุนเวียนเปลี่ยนไปของฤดูกาล
ทำให้เกิดสภาพอากาศที่หลากหลายกันออกไปในแต่ละปี
2. มีการเกิดและดับตลอดเวลาเช่นความสว่างไสว
และความมืดของพระจันทร์ทำให้เกิดข้างขึ้นข้างแรม
3. ความเป็นเอกภาพเดียวกันแม้นว่าเราจะเห็นว่า
ธรรมชาติที่ปรากฎแก่ตามีความหลากหลายนับไม่ถ้วน
ทำให้เกิดคุณสมบัติเฉพาะตัวบางอย่างก็คล้ายคลึง
บางอย่างก็ตรงกันข้ามกัน
แต่แท้จริงแล้วทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเอกภาพเดียวกัน
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:35
หยิน-หยางเป็นสัญลักษณ์ของ ลัทธิเต๋า
ลัทธิเต๋าเป็นลัทธิที่จะทำความเข้าใจได้ยาก
เพราะการเข้าถึงลัทธินี้จะต้องมีสัมผัสพิเศษที่สามารถเข้าถึงภาวะความจริงได้
ผู้นิยมลัทธิเต๋าเองก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ที่จะเข้าใจความจริงเกี่ยวกับชีวิตและโลก
โดยการคิดและการใช้เหตุผล หรือโดยการกระทำแต่ความดี
การแสวงหาเต๋าหรือทางนี้ อาจทำได้ด้วยการปฏิเสธ
ที่จะรับว่าตนเองเป็นผู้มีวิชาหรือผู้รอบรู้
และให้อยู่อย่างสงบ ใช้ชีวิตง่ายๆ กับธรรมชาติ ความรู้มิใช่เป็นของดี
หากแต่ช่วยเสริมสร้างความชั่วให้ตามเวลามากหรือน้อยเท่าที่เรียนมา
ดังที่ปรากฎในหนังสือที่แสดงความคิดของเล่าจื้อว่า
ผู้ที่มีความสามารถมักจะไม่ถกเถียงกันด้วยเรื่องต่างๆ
การทะเลาะถกเถียงกันแสดงถึงการไร้สมรรถภาพ
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:38
ลัทธิเต๋ากับเหลาจื่อ(เล่าจื๊อ) เล่าจื๊อ สอนไว้ดังนี้
การปกครองเปรียบเหมือนต้มปลาตัวเล็ก ไม่ต้องคนบ่อยเพราะปลาจะแหลก
การปกครองที่ดีต้องทำให้ผู้ถูกปกครองไม่รู้ว่าถูกปกครอง
และการปกครองที่แย่ที่สุดคือการปกครองที่ผู้ถูกปกครองรังเกียจ
กฎและข้อบังคับมีมากเกินไปทำให้การปกครองเดินไปข้างหน้าสะดุด
นักปกครองที่ฉลาดไม่เคยสิ้นหวังจากคนโง่ เพราะรู้วิธีที่จะให้การศึกษาแก่คนเหล่านั้น
ไม่มีสิ่งไดไร้ประโยชน์เพราะรู้วิธีหาประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น
เป็นผู้ใหญ่มีอำนาจต้องถ่อมตนจะชนะใจผู้น้อย
เมื่อผู้น้อยถ่อมตนจะได้รับการโอบอุ้มจากผู้ใหญ่
คำพูดที่จริงใจอาจจะไม่ไพเราะ คำพูดไพเราะอาจไม่จริงใจ
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:43
ผู้ที่รู้ไม่พูดมาก ผู้ที่พูดมากไม่รู้
จิตใจที่สงบและอดทนเป็นพื้นฐานแห่งชีวิตที่เป็นสุข
จงหยุดดีกว่าเติมน้ำจนล้นถ้วย
จงอย่าภูมิใจจนเกินไปมิฉะนั้นจะไม่มีสิ่งใดให้ภูมิใจ
จงอย่าแหลมคมจนเกินไปมิฉะนั้นจะเสียคม
บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยทองคำยากจะปลอดภัย
บุคคลที่โอ้อวดความมั่งคั่งเป็นบุคคลที่เชื้อเชิญหายนะให้มาเยือน
ชื่อเสียงกับชีวิตอย่างไหนมีค่ามากกว่ากัน
สุขภาพหรือสมบัติสิ่งไหนสำคัญต่อท่านมากกว่า
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:46
หากท่านรักชื่อเสียงมากเกินไป ท่านจะต้องจ่ายในราคาแพง
หากท่านครอบครองสมบัติมากเกินไปท่านจะสูญเสียอย่างหนักในวันหนึ่ง
หากท่านไม่รู้จักหยุดตรงไหนท่านจะประสบอันตราย
และหากท่านรู้จักพอถอนตัวในเวลาอันเหมาะสมท่านจะมีชีวิตอยู่ยาวนาน
นี่คือวิถีแห่งสวรรค์
ทฤษฎีความเป็นมนุษย์บัญญัติไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ความพอดี
พอใจ มนุษย์เกิดมาเพื่อหาความสุข
เกิดมาตั้งอยู่แล้วดับไป แล้วจะเอาอะไรมากมายกับชีวิต
ถามตัวเองหรือยังว่ามีความพอใจกับความสุขที่เป็นอยู่หรือยัง
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:49
เต๋า ก็คือสภาวะที่ไม่มี แต่คือบ่อเกิดของทุกสิ่ง
เป็นจุดแจ้งแห่งปัญญาทั้งปวง
เป็นเอกภาพของการเกิดและการดับ
ไม่มีจุดกำเนิด ไม่มีจุดจบ แม้ทุกสิ่งมลาย
แต่เต๋าก็ยังคงอยู่ในความไม่อยู่
หยิน คือ สภาวะลบ ความมืด สีดำ ความเปลี่ยนแปลง ฯลฯ
หยาง คือ สภาวะบวก ความสว่าง สีขาว และคงอยู่ ฯลฯ
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:52
เต๋าเต๋อจิง ได้กล่าวถึงเต๋าว่า
"เต๋าที่อธิบายได้มิใช่เต๋าอันอมตะ
ชื่อที่ตั้งให้กันได้ก็มิใช่ชื่ออันสูงส่ง
เต๋านั้นมิอาจอธิบายและมิอาจตั้งชื่อ
เมื่อไร้ชื่อ ทำฉันใดจักให้ผู้อื่นรู้
ข้าพเจ้าขอเรียกสิ่งนั้นว่า "เต๋า" ไปพลาง ๆ
บ่อเกิดนั้นสุดแสนลึกล้ำ
ความลึกล้ำสุดแสนนั้น
คือประตูที่เปิดไปสู่ความรู้แจ้งแห่งสรรพชีวิต"
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:54
"ก่อนดำรงอยู่ของฟ้าและดิน
มีบางสิ่งบางอย่างมืดมัวเคลือบคลุม
เงียบงันโดดเดี่ยว
อยู่เพียงลำพัง ไม่แปรเปลี่ยน
เป็นอมตะหมุนเวียนไม่หยุดยั้ง
มีค่าควรแก่การเป็นมารดาของสรรพสิ่ง
ข้าพเจ้าไม่ทราบชื่อสิ่งนั้น
แต่ถ้าถูกบังคับให้เรียก
ก็จะเรียกว่า "เต๋า"
และจะให้ชื่อว่า "ยิ่งใหญ่"
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:55
ยิ่งใหญ่หมายถึงความต่อเนื่อง
ความต่อเนื่องหมายถึงความยาวไกล
ความยาวไกลหมายถึงการกลับสู่ต้นกำเนิดเดิม
ดังนั้นเต๋าจึงยิ่งใหญ่
ฟ้าจึงยิ่งใหญ่
ดินจึงยิ่งใหญ่
ปราชญ์จึงยิ่งใหญ่
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:57
นี่คือความยิ่งใหญ่สี่ชนิดในจักรวาล
และปราชญ์ก็นับเป็นหนึ่งในนั้น
คนทำตามกฎแห่งดิน
ดินทำตามกฎแห่งฟ้า
ฟ้าทำตามกฎแห่งเต๋า
เต๋าคงอยู่และเป็นไปด้วยตนเอง"
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 18:59
และนี่คือนิพพานแห่งเต๋า และมรรควิธีที่จะนำตนสู่เต๋าได้นั้น
คือการเข้าสู่สภาวะที่ไม่มี สภาวะที่เกิดก่อนความยินดี
และความไม่ยินดี สภาวะที่เกิดก่อนความโกรธ
และความรัก เล่าจื๊อเชื่อว่า
เต๋า มิสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผล
แต่เข้าถึงได้ด้วยการบำเพ็ญตน
ใช้ชีวิตเรียบง่าย เพื่อสร้่างจิตใจอันบริสุทธ์
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 19:01
"รักษาดวงวิญญาณให้พ้นจากความมัวหมอง
ทำจิตให้แน่วนิ่งเป็นหนึ่งเดียวได้หรือไม่
หายใจอย่างละเอียดอ่อนแผ่วเบา
เหมือนลมหลายใจของเด็กอ่อนได้หรือไม่
ชำระล้างญาณทัศนะให้หายมืดมัว
จนอาจแลเห็นกระจ่างชัดได้หรือไม่
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 19:02
มีความรักและปกครองอาณาจักร
โดยไม่เข้าไปบังคับบัญชาได้หรือไม่
ติดต่อรับรู้ และเผชิญทุกข์สุข
ด้วยความสงบนิ่งไม่ทุกข์ร้อนได้หรือไม่
แสวงหาความรู้แจ้ง
เพื่อละทิ้งอวิชชา ได้หรือไม่
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 19:03
ให้กำเนิด ให้การบำรุงเลี้ยง
ให้กำเนิด แต่มิได้ถือตนเป็นเจ้าของ
กระทำกิจ แต่มิได้ยกย่องตนเอง
เป็นผู้นำในหมู่ตน แต่มิได้เข้าไปบงการ
เหล่านี้คือคุณความดีอันลึกล้ำยิ่ง"
KUM-AEOY~17
Jul 6 2007, 19:15
บางทีปรัชญา เล็กๆน้อยๆเหล่านี้
อาจช่วยให้สังคมนี้น่าดูขึ้นอีกนิด..ว่ามั๊ยคะ?
ขอบคุณข้อมูลจากเวป http://www.freeforum101.com
pineapplesweet
Jul 6 2007, 23:32
ฮูปมังกร กับเสือ ฮั้นงามแต้ๆเจ้า ผ่อแล้วน่าเกรงขาม ขนาดเลย บะหนั๋ดหน้อยขอก๊อปไปแป๋งฮอยสักติดก๋างหลังได้ก่อจ้าววววววววววว
บ่งบอกถึง ความยิ่งใหญ่ แข็งแกร่ง กล้าหาญ และอดทน .... งามดีแต้ๆเจ้า
..... บะหนั๋ดหน้อย....
ผู้มาเยือน_ลุงตรี_*
Jul 7 2007, 08:38
และแล้วเหลาจื้อก่อขี่หลังควายเป่าขลุ่ยหายไปในป่าทิศตะวันออก...... อนุโมทนา สาตุ๊ โตยเน่อนายคำเอ้ยเหย.....
pyaipyu2004
Jul 7 2007, 09:07
เต๋า = The Way
เป็นหนทางของการคิด เมื่อเดินบนทางก็ต้องปรับตัว และระมัดระวังในการเดินทาง
ทางของใครก็ต้องเลือกให้ชัดเจน
เลือกแล้วก็รับผิดชอบในทางของตัวเอง
..ถึงได้เป็นลัทธิ ไม่ใช่ศาสนา ของจื้อท่านก็ว่าไว้
tansaisunee
Jul 8 2007, 12:24
เต๋า...คือ ธรรมชาติ.....เต๋า มีอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ...เราทุกคนต่างก็อยู่ในธรรมชาติแห่ง เต๋า........ลองค้นหาดูสิ.....อาจจะมีเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋า..อยู่ในซอกหลืบของท่าน...
ำให้มันเจริญงอกงาม...
....แล้วจะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่..ไร้ขอบเขต...ไร้รูปล้กษณ์......แต่เปี่ยมด้วยพลัง
....แห่งจักรวาล...
ผู้มาเยือน
Aug 1 2008, 22:17
ลบขาวในจุดดำ
เต๋า คือ นิพพาน
ลบขาวในจุดดำ
เต๋า คือ นิพพาน
และนี่คือนิพพานแห่งเต๋า และมรรควิธีที่จะนำตนสู่เต๋าได้นั้น
คือการเข้าสู่สภาวะที่ไม่มี สภาวะที่เกิดก่อนความยินดี
และความไม่ยินดี สภาวะที่เกิดก่อนความโกรธ
และความรัก เล่าจื๊อเชื่อว่า
เต๋า มิสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผล
แต่เข้าถึงได้ด้วยการบำเพ็ญตน
ใช้ชีวิตเรียบง่าย เพื่อสร้่างจิตใจอันบริสุทธ์
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรด
คลิกที่นี่.