QUOTE(ผู้มาเยือน @ Jul 1 2007, 08:54) [snapback]21819[/snapback]
เราต้อง มองจากต้นตอของปัญหาครับ ว่ามันเกิดจากอะไร ถ้าเรามาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแบบทุกวันนี้ หรือ สร้างเงื่อนไข สร้างช่องทางให้เจ้าหน้าที่ ของรัฐ ไม่ว่าจะตำรวจ หรือ ใครก็ตาม เอามาเป็นจุดที่จะ หาเรื่องกับเราได้ มันไม่มีทางแก้ได้ ครับ เพราะว่าปกติ ไม่มีใครหรอกครับที่ จะยอมรับว่าตัวเอง ทำไม่ดี
ก่อนอื่น ทำไมเราไม่คิด การตั้งด่านตรวจของตำรวจ เป็นป้องกัน อะไร หลายๆ อย่างตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เช่นการตรวจตราอาวุธ การตรวจป้องกันอาชญากร ตรวจยาเสพติด หรือ บางที่ คนไปเที่ยวมาดึกๆ เมาเหล้า พอเขาตรวจเจอ แล้วเห็นว่าถ้าให้ขับขี่ต่อไป อาจจะเกิด อุบัติเหตุ ร้ายแรงได้ เขาก็ให้พัก ให้หายเมาเสียก่อนแล้วค่อยกลับ อย่างนี้เป็นต้นครับ
ผมเองมีเพื่อน ที่เป็น ตำรวจ หลายคนอยู่ เขาบอกว่า การตรวจ ตั้งด่านตรวจ สมัยก่อน ที่ผ่าน ก็จะตั้งสถานที่เดิม เวลาก็จะเป็น เวลาเดิม มันก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ เพราะ คนที่ ทำผิดเขาก็จับ ทิศทางได้ ก็ไม่ผ่านตรงนั้น หรือ ถ้าจะผ่านก็จะเอาหมวกกันน๊อค มาสวม พอพ้นไป ก็ถอดออกเสีย ปัญหามันก็ไม่ลดลง พอนานเข้า เนี่ย คนทำผิดเองก็ยังมีวิธีการใหม่ๆ ที่หลบเลี่ยง ได้ เจ้าหน้า เขาก็ต้องปรับ วิธีการ เช่นกัน เพราะ มันก็เหมือนการทำสงคราม ศัตรูเปลี่ยนกลยุทธไปเรื่อยๆ แล้วเราใช้กลยุทธเดิม ๆ แล้วมันจะได้ผลหรือ ครับ
แล้วเพื่อนก็ยังบอกว่า มันไม่ได้มีความสุขหรอกที่จะต้อง ออกไปทำงานดึกๆ ดื่นๆ เวลาหลับ นอน เพราะตอนกลางวันก็ต้องทำงาน ด้านการ อำนวยความสะดวก เรื่องการ จราจรด้วย และเจ้าหน้าที่เอง ก็ มีจำกัด คือตำรวจ จราจร ในเชียงใหม่เรา มี ทั้งหมด 150 นายครับ แต่รถรา เอาแค่ จักรยานยนต์ ก็เกิน ล้านคันไปแล้วครับ
แล้ว การสวมหมวกกันน๊อคและการระดเข็มขัด นิรภัย ก็เป็น สิ่งที่ กฎหมายบังคับ เวลาเรา ขับขี่ ถ้าเราๆ ท่าน ปฏิบัติ ตามนั้น แล้วเรา จะต้องไปกังวลอะไร หรือ ครับ ผมเองใช้ทั้ง รถยนต์ และจักรยานยนต์ และก็โดนเรียกตรวจ บ้างเช่นกัน แต่ ก็ไม่สามารถ จะทำอะไรเราได้ เพราะมีพร้อม ทุกอย่าง ถ้า จะหาเรื่องเรา หรือ ผมก็พร้อมที่จะจด ชื่อ ยศ หรือ ถ่ายรูปเลย เพราะเดี๋ยว เรามีโทรศัพท์ มือถือ แบบติดกล้องกันแทบทุกคน อย่าไปกลัว ครับ กับเจ้าหน้าที่ จะรังแกประชาชน และที่สำคัญเรา ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย เพื่อความปลอดภัยของเราเองครับ อย่า สวมหมวกกันน๊อค หรือ รัดเข็มขัดนิรภัย เพราะกลัวตำรวจจับ เป็นการคิดที่ผิด ครับ และอีก อย่างหนึ่ง บางคนคิดว่า หัวของฉัน ชีวิต ของฉัน ก็ อย่างลืม นะครับ อุบัติเหตุ บางครั้ง เกิดขึ้น มันจะมีคู่กรณี หลายครั้ง ผมเจอ คนที่เขา ทำถูก กฏ จะต้องมาเดือดร้อน ทั้งๆ ที่ เขาไม่ได้ ทำผิด ต้องมาเสียเวลาทำมาหากิน เสียเงิน เสียทอง บางครั้ง ถึงขึ้นเสียชีวิต ก็มี หลายครั้ง ครับ ที่เขาเหล่านั้น ต้องมาเดือด ร้อนทั้งที่ ไม่ใช่ความผิดของเขา และ ถ้าเรา ไม่ทำสิ่ง เหล่านี้ ทุกอย่างจะไม่มีปัญหาเลยครับ
- ขับขี่ไม่อยู่ในช่องทาง (เลน) ที่กำหนดไว้
- เปลี่ยนช่องทางหรือแซงในเขตห้าม (เส้นทึบ)
- ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
- ไม่หยุดรถหลังเส้นหยุด บริเวณทางร่วมทางแยก
- ไม่หยุดรถให้คนเดินถนนข้าม
- ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
- ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร
- ฝ่าฝืนป้ายบังคับ
- ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง
- ขับขี่/เดินรถ ในเขตไหล่ทาง/ขอบทาง
- หยุดรถในเขตขอบทางสีขาว-แดง (หลายคนเข้าใจว่าขาว-แดง แปลว่า ห้ามจอดเท่านั้น ห้ามหยุดด้วย)
- จอดรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย หรือไม่อยู่ในช่องที่กำหนดไว้
- ไม่มีใบอนุญาตขับขี่
- ไม่สวมหมวกนิรภัย
- ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
- และอื่นๆ
ถ้าเรา ไม่ทำสิ่ง เหล่านี้ เขาจะตั้งด่าน กัน ตี 3 ตี 5 หรือ เรามีความจำเป็น ที่ต้องไปเดือดหรือเปล่า ครับ
http://www.cm108.com/bbb/index.php?showtopic=1755 เห็นด้วยกับคุณเป็นอย่างยิ่ง คนเชียงใหม่(รวมทั้งคนที่อื่นที่มาอยู่ในสังคมเชียงใหม่) มักละเลยจากกฎจราจร......
โปรดสังเกตุ รถที่มาจากกรุงเทพ... (ทะเบียนกรุงเทพมหากนคร) คนขับและคนนั่งจะคาดเข็มขัดนีรภัยตลอด ...
ซึ่งมันเป็นความเคยชิน........ คนในสังคมเชียงใหม่ไม่ค่อยใส่..... (ดูจากทะเบียนรถยนต์..... ทะเบียนกรุงเทพ
จะถือเรื่องนี้เคร่งครัด) เนื่องจากเราไม่ค่อยมีการปรับ........ ฝรั่งมาอยู่เชียงใหม่นานนานเลยพรอยเอาเป็นตัวหย่างเลย
หรือแม้แต่การเปลี่ยนเลน...เส้นทึบ ซึงทำให้การจราจรติดขัดมาก.....เราก็ไม่สนใจ.....เวลาผมไปกรุงเทพ นั่งรถแท๊กซึ่
ที่กรุงเทพเขากลัวเรื่องการเปลี่ยนเลนเส้นทึบมาก...เพราะปรับแพง
โดยเฉพาะการไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน... นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่น วันคันซ้ำร้าย เอาป้ายทะเบียนรถ ของญี่ปุ่นมาติดท้าย
แต่พอดูข้างหน้าเป็นรถไทย..และทะเบียนเชียงใหม่....... นอกจากนั้น รถมอเตอร์ไซค์ยิ่งแล้วใหญ่ ถือหมวกกันน๊อค
กันเป็นแถว หรือไม่ก็ใส่ในตระกร้า.....เ รื่องนี้ผมเคยประสบด้วยตนเอง......กำลังจอดมอร์เตอร์ไซค์อยู่ใน
ช่องยูเทอร์นเกาะกลาง.... ปรากฎว่ามีปิคอัพ....จากซอยพุ่งเข้ามาชน....เราล้มลงหัวโดนฟุตปาท แต่โชคดี
หมวกกันน๊อคช่วยไว้.....ไม่เป็นไร....... คนที่ชนบอกว่าเขารีบตัดหน้ารถทางขวาเพื่อที่จะเลียว...มัวแต่มองรถทางขวา
ไม่ทันดูทีเกาะกลางยูเทิอร์นว่ามีรถเราอยู่หรือไม่......เขาก็พาผมไปทำแผลที่โรงพยาบาล บทเรียนที่เล่านี้ถ้าใครไม่
โดนจะไม่รู้........ อย่าไปลำคาญเลยครับ.... เรื่องเปิดไฟ(มาเลเซีย เขาใช้มาตั้งนานแล้ว).... ใส่หมวก หากท่านประสบ
แล้วโอกาสเป็นอัมพาต อัมพฤษสูง หรือเป็นเจ้าชาย...เจ้าหญิงนิทรา......แล้วคนข้างหลังหละ.....พ่อ....แม่...พี่..
น้อง....ลูก...เมืย.....หรือ...สามี หละ คิดถึงพวกเขาเหล่านี้บ้าง.......ในเรืองเปิดไฟของมอร์เตอร์ไซค์นะ...ถ้าใคร
เคยขับรถยนต์แล้วจะทราบว่า......การมองกระจกหลัง....กระจกข้าง.....เมื่อรถข้างหลังเปิดไฟ...กับไม่เปิดไฟ...นั้น
ทัศนวิสัยต่างกันมาก..........เราจะเห็นแต่ไกลเมื่อรถหลังเปิดไฟ..........ครับ