รายงาน: วิกฤติอสังหาฯเหนือ รอความหวังรัฐบาลใหม่ฟื้นธุรกิจผลพวง ศก.ตกต่ำ-เสถียรภาพทางการเมือง ทำให้ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ปี50 ต้องเผชิญกับปัจจัยรุมเร้ารอบด้าน จนทำให้ธุรกิจชะลอตัวและเข้าสู่ภาวะซบเซาอย่างเห็นได้ชัดเจน
นายนนท์ หิรัฐเชษฐ์ เลขาธิการ สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์ เชียงใหม่ - ลำพูน ระบุว่า แม้สถาบันการเงินจะประกาศลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นตลาด แต่ประชาชนยังวิตกกังวลจากกับปัญหาการเมือง และอีกปัญหาคือการพิจารณาเรื่องเครดิตบูโรของสถาบันการเงิน มีผลอย่างมากกับธุรกิจผู้ประกอบการ หรือลูกค้าบางรายที่ประสบปัญหาตั้งแต่ปี 2540 จนไม่สามารถขอสินได้เพราะติดเครดิตบูโร
ส่วนกฎหมายผังเมืองที่กำหนดโดยหน่วยงานภาครัฐ ยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของท้องถิ่นเท่าที่ควร เช่น ในเขต อ.เมือง ถูกกำหนดเป็นพื้นที่สีเขียว แต่สภาพปัจจุบันมีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่นจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ การกำหนดผังเมืองรวมจึงต้องสำรวจข้อมูลให้ชัดเจนก่อน ในขณะที่นักลงทุนก็ต้องศึกษาข้อมูล และตรวจสอบการผังเมืองของ แต่ละพื้นที่ให้ละเอียดเพื่อประกอบการลงทุน
ชี้รัฐชะลอมาตรการลดภาษี ซ้ำเติมธุรกิจ นายนนท์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการที่รัฐบาลประกาศว่า จะยืดเวลาการเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ร้อยละ 0.10 และภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 0.11 ออกไปอีก 1 ปี เพื่อกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในภาวะซบเซา แม้ว่ารัฐบาลมีเจตนาดีแต่การประกาศมาตรการออกมาแล้ว ไม่มีผลบังคับใช้ทันที ต้องรอศึกษาผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวอยู่ยิ่งซ้ำเติมผู้ประกอบการ เพราะข่าวที่ออกมาทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ
" สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในภาวะเช่นนี้ คือพยายามประคองตัวให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปก่อน โดยอาศัยความเป็นมืออาชีพ ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่จะทำให้ผู้ประกอบการประสบผลสำเร็จและเอาตัวรอดได้ในปีนี้ " นายนนท์กล่าว
นายวิเชียร เชิดชูตระกูลทอง อุปนายกสมาคมผู้ค้าอสังหาริมทรัพย์จังหวัดเชียงใหม่ -ลำพูน กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงไตรมาสแรกของปี50 ลดลงกว่า30-40%เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน เพราะปัจจัยด้านการเมืองที่ไม่มีความแน่นอน ส่งผลให้การลงทุนชะลอตัว โดยเฉพาะการลงทุนของเอกชนในท้องถิ่น หยุดชะงักไปเกือบ100%และคาดว่าสถานการณ์ในปี50 ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีแนวโน้มซบเซาอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าการลงทุนของกลุ่มทุนรายใหญ่จากส่วนกลางจะมีอยู่บ้าง แต่อาจชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปี49 เพราะส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาว เมื่อเศรษฐกิจมีปัญหาจึงลดสัดส่วนการลงทุนลงในช่วงนี้ เพื่อให้สอดรับกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดที่ลดลง รวมทั้งสถาบันการเงินที่เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
สมาคมอสังหาฯไทย แนะศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนนายสมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 3 และ 4 ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพราะปัจจัยจากการเมือง นักลงทุนจึงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น และพยายามประคับประคองตัวให้ผ่านพ้นช่วงนี้ เชื่อว่าหลังจากผ่านพ้นปีนี้ไปแล้ว สถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการเลือกตั้ง และได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
" ไม่อยากให้ผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์การลดราคามาแข่งขันกัน การลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ถ้วนถี่ เพราะที่ผ่านมาการลงทุนที่เกิดขึ้นน้อยมากที่จะศึกษาตลาด จึงทำให้ไม่ทราบความต้องการของตลาดและลูกค้าที่ชัดเจน" นายสมเชาว์กล่าว
ธอส.เผยผลสำรวจที่อยู่อาศัยเชียงใหม่ นายสัมมนา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยผลสำรวจภาคสนามโครงการที่อยู่อาศัย จ.เชียงใหม่ ว่า สถิติการออกใบอนุญาติจัดสรรที่ดินใน จ.เชียงใหม่ ปี 2549 มี 22 โครงการ รวม 1,842 หน่วย เทียบกับปี 2548 มี 14 โครงการ รวม 2,169 หน่วย ส่วนสถิติค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ในปี 2549 มีจำนวน 28,707 ราย ค่าธรรมเนียมรวม 436,225,145 บาท เมื่อเทียบกับปี 2548 มีจำนวน 30,394 ราย ค่าธรรมเนียมรวม 414,752,985 บาท
ส่วนผลสำรวจพฤติกรรมความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนพบว่า มีความต้องการบ้านเดียวสร้างเองสูงถึง86% รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวจัดสรร 5% อพาร์ตเม้นท์-แฟลต 4% อาคารพาณิชย์ 3% ทาวน์เฮ้าส์ 2% บ้านแฝด 1% ส่วนลักษณะการครอบครองที่อยู่อาศัยในปัจจุบันพบว่ามีประชาชนไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองกว่า46%และ30%ต้องการซื้อบ้านภายใน 1 ปี สำหรับงบประมาณที่ตั้งไว้ในการซื้อบ้านใหม่96% ต้องการซื้อบ้านในราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท และ86% สามารถผ่อนชำระได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน
จึงปฎิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยทางการเมือง มีผลอย่างยิ่งต่อภาคธุรกิจและการลงทุน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคการลทุนที่สะท้อนให้เห็นเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างชัดเจน
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : บายไลน์ : จันจิรา จารุศุภวัฒน์