All Activity

This stream auto-updates     

  1. Today
  2. ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เยี่ยมหมู่บ้านไตลื้อ อำเภอดอยสะเก็ด เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไตลื้อบ้านใบบุญแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 เวลา 11.00 น. นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางไปเยี่ยมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไตลื้อบ้านใบบุญ หมู่ 4 ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 142 ใบบุญ หมู่ 4 ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ภายในมีแหล่งเรียนรู้หลากหลาย อาทิ บ้านไตลื้อ หลองข้าวอุ้ยติ๊บ ผามหลัง ผามมอง ก๋างสวน ก๋างข่วง ปื้นหลองข้าว ปื้นกะล่างบ้าน น้ำเหมือง บ้านปอกระดาษสา บ้านตุ๊กตาไม้ และบ้านแกะสลักไม้ ซึ่งสามารถไปศึกษาเรียนรู้และเยี่ยมชมได้ตลอดเวลา ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไตลื้อบ้านใบบุญ จัดตั้งขึ้นเพื่อเชิดชูและยกย่องบุพการีผู้ให้ทั้งชีวิตและจิตวิญญาณตลอดจนที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน รวมถึงเผยแพร่และแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ของลูกหลานญาติมิตร และเพื่อนบ้านใกล้เคียงของบ้านใบบุญที่สั่งสม บ่มเพาะมาจากบรรพชน ด้วยการสืบเสาะแสวงหาจนนำมาประยุกต์สร้างสรรค์ รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้อีกแห่งหนึ่งของบ้านไตลื้อ หมู่ 4 ตำบลลวงเหนือ ที่เน้นความเป็นชาติพันธ์ไตลื้อในล้านนาไทย โดยเยาวชนและบุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ได้ และเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพชน และท้องถิ่นอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน ตลอดจนสร้างความภาคภูมิใจกับพ่อแม่ ครุบาอาจารย์ ญาติมิตรพี่น้อง และเพื่อนบ้านผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยภูมิปัญญา -- ++ เว็บประจำจังหวัด ที่มี "ยอดจำนวน" คนชมและใช้งานมากที่สุด ค้นหาใน Google.com คำว่า "เชียงใหม่" ติดหน้าแรกชัวร์ http://www.cm108.com สังคมบนอินเตอร์เน็ตจังหวัดเชียงใหม่ (ทุกเรื่องในเชียงใหม่) รวมเรื่องราว ข่าวสารในเชียงใหม่-ลำพูน ++ แฟนเพจ (ใน facebook) สมาชิกติดตาม 4.5 แสน (450,000 คน) (ว๊าวๆๆ) มากที่สุดในเว็บภูมิภาค https://www.facebook.com/chiangmai108 แวะหากันหน่อย
  3. จังหวัดเชียงใหม่หารือเตรียมความพร้อม นำประชาชนชาวเชียงใหม่ 700 คน เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รอบสุดท้าย จังหวัดเชียงใหม่หารือเตรียมความพร้อม นำประชาชนชาวเชียงใหม่ 700 คน เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รอบสุดท้าย วันที่ 11 กันยายน 2560 นี้ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2560 ที่ห้องประชุมที่ทำการปกครอง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายมนัส ขันใส ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กรุงเทพมหานคร รอบสุดท้ายของจังหวัดเชียงใหม่ โดยกำหนดเดินทางในวันที่ 10 กันยายน 2560 เพื่อทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 11 กันยายน 2560 โดยประชาชนที่จะร่วมเดินทางครั้งนี้ จำนวน 700 คน มาจากอำเภอสันกำแพง 160 คน อำเภอสันป่าตอง 160 คน อำเภอสันทราย 160 คน อำเภอสะเมิง 80 คน และอำเภอสารภี 80 คน รวมไปถึงผู้ด้อยโอกาสในความดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ 60 คน ผู้ร่วมเดินทางพร้อมกัน ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ถนนคลองชลประทาน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ในเวลา 12.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อม และออกเดินทางในเวลา 14.00 น. โดยรถบัสจำนวน 18 คัน โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้นำประชาชนเดินทางทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพแล้ว 6 ครั้ง จังหวัดเชียงใหม่ได้ขอความร่วมมือประชาชนชาวเชียงใหม่การแต่งกายให้เหมาะสม ผู้ชาย สวมใส่เสื้อมีปกสีดำ และกางเกงขาวยาว แบบสุภาพสีดำ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ผู้หญิง สวมใส่เสื้อสีดำแบบสุภาพ มีแขน ไม่รัดรูป กระโปรงผ้าถุง หรือชุดเดรส ยาวคลุมเข่า รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ในส่วนของนักเรียน นิสิต นักศึกษาแต่งกายถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษานั้น ๆ ชาวไทยภูขาแต่งกายด้วยชุดประจำชุนเผ่า ลูกเสือแต่งกายด้วยชุดลูกเสือ และข้าราชการแต่งกายด้วยชุดข้าราชการสีกากีแขนยาว โดยให้งดเว้นสวมใส่กางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-112613 -- ++ เว็บประจำจังหวัด ที่มี "ยอดจำนวน" คนชมและใช้งานมากที่สุด ค้นหาใน Google.com คำว่า "เชียงใหม่" ติดหน้าแรกชัวร์ http://www.cm108.com สังคมบนอินเตอร์เน็ตจังหวัดเชียงใหม่ (ทุกเรื่องในเชียงใหม่) รวมเรื่องราว ข่าวสารในเชียงใหม่-ลำพูน ++ แฟนเพจ (ใน facebook) สมาชิกติดตาม 4.5 แสน (450,000 คน) (ว๊าวๆๆ) มากที่สุดในเว็บภูมิภาค https://www.facebook.com/chiangmai108 แวะหากันหน่อย
  4. จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ทีโอที. พัฒนาเศรษฐกิจ ขยายฐานตลาด สร้างรายได้ให้กับชุมชน ผลักดันนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลสู่ไทยแลนด์ 4.0 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น. นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือในโครงการสนับสนุนกลุ่ม TYC เด็กไทยมีดี ใช้ไอที เพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ที่เชียงใหม่ศิลาดล ตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายประจักษ์ มโนจันทร์เพ็ญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักงานขายและบริการลูกค้าภูมิภาคที่ 5 บมจ.ทีโอที และหัวหน้าคณะทำงานโครงการฯ นายบุญเหลือ เฟื่องชุม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักขายและบริการลูกค้าภูมิภาคที่ 3 นายพิพัฒน์ สายสอน ผู้อำนวยการโรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม นายธัญญา ภาวะเดช นายกเทศมนตรีตำบลป่าป้อง และนายศุภวัณณ์ มงคลสวัสดิ์ โทรศัพท์จังหวัดเชียงใหม่ บมจ.ทีโอที ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือในโครงการฯ ด้วย โครงการ TYC เป็นกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR โดยปีนี้เป็นปีที่ 4 มีชุมชนเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 36 แห่งใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดย ทีโอที ตั้งเป้าขยายชุมชนในปี 2560 เพิ่มขึ้น จำนวน 12 ชุมชน สำหรับกิจกรรม TYC "เด็กไทยมีดี ใช้ไอที เพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชน" ปี 2560 ที่ชุมชนเทศบาลตำบลป่าป้อง เป็นชุมชนแห่งที่ 6 ของปี 2560 มีเป้าหมายสำคัญเพื่อร่วมเป็นพลังประชารัฐในการพัฒนาชนเทศบาลตำบลป่าป้อง ให้เข้มแข็งโดยมีเป้าหมายเพื่อนำผลิตภัณฑ์ของชุมชน และให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ทั้งส่วนราชการท้องถิ่น อบต. หน่วยงานท่องเที่ยว สื่อมวลชนท้องถิ่น โรงเรียนในชุมชนร่วมผลักดันสนับสนุน โดยเยาวชนความรู้ในด้านสื่อ Social Media มาสนับสนุนเพื่อขยายภาคการตลาดให้กับชุมชน ขับเคลื่อนชุมชนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมถึงสนับสนุนภูมิปัญญาความรู้ในท้องถิ่น นำผลิตภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของชุมชนมาบริหารจัดการสร้างสรรค์พัฒนาสร้างโอกาสให้กับชุมชน โดยภายในโครงการ เน้นการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างสรรค์เพื่อสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชน สำหรับปี 2560 โครงการ TYC ของ ทีโอที ได้สนับสนุนทั้งในด้านของ application การซื้อขายออนไลน์ การพัฒนาและทำการตลาดผ่านเว็บไซต์และ Facebook ของชุมชน ซึ่งจะตอบโจทย์ของรัฐบาลในการที่จะสร้างสินค้าและบริการด้วยการขยายสู่ตลาด โดยโครงการฯ จะมีการอบรมให้ความรู้ในการใช้งานด้าน ICT ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนของตนเอง เช่น การสร้าง Web page ชุมชน การใช้ Facebook การตกแต่งภาพ การถ่ายทำวิดีโอ พร้อมทั้งการนำเสนอขายสินค้าชุมชนผ่านช่องทาง e-commerce ด้วยการสร้างสื่อ Social media ของชุมชนสร้างเป็นเครือข่ายเพื่อพัฒนาชุมชนร่วมกัน รวมถึงการนำระบบการซื้อขายมาต่อยอดขยายตลาดให้กับชุมชน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมชุมชนใหม่ TYC ไปแล้ว จำนวน 5 ชุมชน คือ ชุมชนบ้านเกาะหวาย จ.นครนายก ชุมชนถ้ำรงค์ จ.เพชรบุรี ชุมชนน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ชุมชนเรณูนคร จ.นครพนม และชุมชนวิทยาลัยอาชีวะสิงห์บุรี สำหรับชุมชนใหม่จะดำเนินการตามโครงการของปี 2560 อีกจำนวน 6 ชุมชน คือ ชุมชนอำเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์ ชุมชนพนางตุง จ.พัทลุง ชุมชนกะเปอร์ จ.ระนอง ชุมชนบ้านดงกระทงยาม จ.ปราจีนบุรี ชุมชนมาบตาพุด จ.ระยอง และชุมชนบางน้ำผึ้ง กรุงเทพมหานคร -- ++ เว็บประจำจังหวัด ที่มี "ยอดจำนวน" คนชมและใช้งานมากที่สุด ค้นหาใน Google.com คำว่า "เชียงใหม่" ติดหน้าแรกชัวร์ http://www.cm108.com สังคมบนอินเตอร์เน็ตจังหวัดเชียงใหม่ (ทุกเรื่องในเชียงใหม่) รวมเรื่องราว ข่าวสารในเชียงใหม่-ลำพูน ++ แฟนเพจ (ใน facebook) สมาชิกติดตาม 4.5 แสน (450,000 คน) (ว๊าวๆๆ) มากที่สุดในเว็บภูมิภาค https://www.facebook.com/chiangmai108 แวะหากันหน่อย
  5. วันที่ 17 ส.ค.60 พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้มอบหนังสือขอบคุณ ให้กับคนขับรถแดงที่นำกระเป๋าเงินชาวต่างชาติมาคืนเจ้าของ
  6. ข่าววันที่ 17 ส.ค. 2560 กรมการขนส่งทางบก ระบุ!!! มาตรการเข้มงวดการใช้รถป้ายแดงป้องกันปัญหาการใช้รถผิดกฎหมาย กำหนดดำเนินการแบบเป็นขั้นตอน เบื้องต้นระหว่าง วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2560 จับ-ปรับในอัตราเบื้องต้นกับรถป้ายแดงที่ยังไม่จดทะเบียน นานเกิน 60 วันนับจากรับรถ และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป เข้มงวดจับ-ปรับตามกฎหมายกับรถป้ายแดงที่ยังไม่จดทะเบียนเกิน 30 วัน นับจากวันรับรถ จนกว่ากฎหมายยกเลิกป้ายแดงจะมีผลบังคับใช้ นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกำหนดมาตรการเข้มงวดการใช้รถป้ายแดง เพื่อป้องกันปัญหาการใช้รถผิดกฎหมาย และอาจเป็นช่องทางการก่อปัญหาอาชญากรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและยากต่อการควบคุมกำกับดูแลการใช้รถใช้ถนน ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนและผู้จำหน่ายรถมีการปรับตัว จึงกำหนดแนวทางดำเนินการบังคับมาตรการทางกฎหมายแบบเป็นขั้นตอน ร่วมกับการสร้างความเข้าใจ การรับรู้ โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายตรวจสอบรถป้ายแดงที่ยังไม่จดทะเบียนนานเกิน 60 วัน นับแต่วันรับรถ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป หากพบการฝ่าฝืนจะพิจารณาอัตราเปรียบเทียบปรับในอัตราเบื้องต้น ควบคู่กับการแนะนำและตักเตือน พร้อมชี้แจงมาตรการการบังคับใช้กฎหมายซึ่งจะมีความเข้มข้นขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการเข้มงวดตรวจจับรถป้ายแดงที่ยังไม่จดทะเบียนเกิน 30 วัน นับจากวันรับรถ หากพบการใช้งานป้ายแดงเกินกำหนดระยะเวลา เปรียบเทียบปรับในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 6 ฐานใช้รถที่ยังไม่จดทะเบียน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยจะดำเนินการตรวจจับอย่างต่อเนื่องเข้มข้นไปจนกว่ากฎหมายยกเลิกการใช้ป้ายแดงจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้น ผู้จำหน่ายรถต้องระบุวันที่รับรถในสมุดคู่มือการใช้ป้ายแดง เพื่อให้เจ้าของรถแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันทีเมื่อถูกเรียกตรวจสอบ พร้อมทั้งผู้จำหน่ายรถ ต้องจัดทำรายงานข้อมูลการรับรถส่งกรมการขนส่งทางบกเป็นประจำทุกเดือน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ มาตรการเข้มงวดดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาการใช้รถผิดกฎหมาย เนื่องจากป้ายแดงตามกฎหมายแล้วถือเป็นรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน เป็นเพียงเครื่องหมายพิเศษที่กรมการขนส่งทางบกออกให้แก่บริษัทจำหน่ายรถอนุญาตให้ใช้เฉพาะกรณีเพื่อขายหรือเพื่อซ่อมเท่านั้น เช่น การขับจากโรงงานผู้ผลิตไปส่งยังผู้แทนจำหน่าย หรือขับจากผู้แทนจำหน่ายส่งไปยังผู้ซื้อ โดยในการเคลื่อนย้ายแต่ละครั้งต้องใช้คู่กับสมุดคู่มือประจำรถและใบอนุญาตให้ใช้รถ หรือได้รับอนุญาตเป็นครั้งคราว โดยจะเข้มงวดกวดขันตามมาตรการดังกล่าว จนกว่ากฎหมายการยกเลิกป้ายแดงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะกำหนดให้รถยนต์ใหม่ทุกคันต้องจดทะเบียนก่อนใช้งานบนท้องถนน ซึ่งในปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกใช้ระยะเวลาในการจดทะเบียนรถใหม่เพียงวันเดียว จึงขอให้ประชาชนจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อการใช้รถที่ถูกต้องและปลอดภัย อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด
  7. (สมาชิกแฟนเพจ CM108.com ส่งข้อความมาเพื่อฝากเตือนภัย) ช่วยแชร์ให้ผมหน่อยคับ ตอนนี้น้องผมโดนแฮกเฟคบุ๊ค แล้วไล่ขอยืมเงินเพื่อนในเฟคบุ๊คไปทั่วเลย โดนไป3รายแล้วคับ รวมทั้งผมด้วย ชื่อบัญชีมันใช้โอน คือ บันลือศักดิ์ ธนาคาร กรุงไทย สาขา เซนทรัลพระราม 3 --------- ยังคงมีบ่อยๆ และเรื่อยๆ เรื่องคือมีคนร้ายแฮกเข้าเฟซบุ๊คที่ตั้งรหัสผ่านง่ายๆ แล้วปลอมเป็นเจ้าของเฟซบุ๊คนั้นๆ ไล่ inbox ไปหาเพื่อนคนนั้น "ว่าขอยืมเงินหน่อย" โดยใช้สไตล์การเขียนแบบเจ้าของจริงเลย (ศึกษาการพูดคุยมาก่อนหลังแฮกได้แล้ว) มีเพื่อนในเฟซฯ ไม่ตรวจสอบว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ หลงกลโอนเงินให้ เรื่องนี้มีบ่อย 1.ให้ระวังการตั้งรหัสผ่านให้ดี อย่าตั้งแบบง่ายๆ และควรตั้งแบบ 2 ชั้น 2. อาจมีข้อความมาอ้างว่าเป็นบริษัทเฟซบุ๊ค บอกว่าเฟซคุณละเมิด จะใช้ไม่ได้ถาวร ให้กรอกข้อมูล รหัสผ่านเดี๋ยวนี้ อย่าได้ทำเด็ดขาด
  8. ครั้งแรก! ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ “AIS NEXT G” เครือข่ายใหม่ความเร็วระดับ 1 Gbps พร้อมเปิดประสบการณ์เข้าถึงดิจิทัลแบบใหม่ พลิกโฉม THE DIGITAL GALLERY ใหม่ใจกลางเมือง 17 สิงหาคม 2560 : เอไอเอส พาคนไทยก้าวข้ามขีดจำกัด นำเทคโนโลยีล่าสุด จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมเครือข่ายล้ำสมัย กับ AIS NEXT G มอบความเร็วระดับกิกะบิท เร็ว แรงสุด พร้อมเริ่มยกระดับ AIS Shop สู่ Digital Experience Shop มอบประสบการณ์จากงานบริการยุคดิจิทัล ที่ผสมผสานจิตบริการกับ AI เข้าด้วยกัน NEXT GENERATION NETWORK เปิดตัวเครือข่ายใหม่ “AIS NEXT G” มอบความเร็วอินเทอร์เน็ตระดับกิกะบิท ที่เร็ว แรงที่สุด เป็นรายแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ ใช้งานได้จริงแล้วทั่วประเทศ กับเทคโนโลยีเครือข่ายล่าสุด Multipath TCP โดยการรวมความเร็วคลื่นความถี่ AIS 4G ADVANCED และ AIS SUPER WiFi เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเครือข่ายใหม่ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา รองรับการใช้งานบริการดิจิทัลทุกรูปแบบ รวมทั้งยกระดับ Digital Infrastructure ของประเทศให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น NEXT GENERATION XPERIENCE ยกระดับงานบริการที่ล้ำสมัยไปอีกขึ้น สร้างประสบการณ์เข้าถึงดิจิทัลแบบใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยการพลิกโฉม AIS Shop ที่เซ็นทรัลเวิร์ลด์ ชั้น 4 ให้เป็นแกลอรี่ แสดงนวัตกรรมดิจิทัลในรูปแบบของงานศิลปะ รวบรวมเทคโนโลยีและสมาร์ทแก็ดเจ็ดที่ทันสมัย ดีไซน์สวย จากแบรนด์ชั้นนำ มาให้ลูกค้าได้สัมผัส ทดลองใช้ และเลือกซื้อก่อนใคร นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสเล็งเห็นถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ, การใช้งานสมาร์ทโฟนแบบ Always on ทั้งในบ้านและนอกบ้าน, การใช้งาน Multiple Device ตลอดจนเทรนด์การชมคอนเทนต์วีดิโอที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นว่านอกจากลูกค้าจะต้องการใช้งานดาต้าที่สูงขึ้น ยังจำเป็นต้องใช้งานบนเครือข่ายที่มีความเร็วและแรงกว่าเดิม เราจึงมุ่งคิดค้นและมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้สามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ประกอบกับศักยภาพเครือข่ายอันแข็งแกร่งที่เอไอเอสมีอยู่ ทั้งเครือข่ายมือถือ AIS 4G ADVANCED ที่ครอบคลุมเป็นอันดับ 1 ทั่วประเทศ และเครือข่าย AIS SUPER WiFi ความเร็วสูงที่ครอบคลุมกว่า 80,000 จุดทั่วประเทศ ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมเครือข่ายใหม่ “AIS NEXT G” ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของคลื่นความถี่มือถือแบบเดิม โดยความร่วมมือกับพันธมิตร KT (Korea Telecom) ผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Multipath TCP ที่สามารถรวมความเร็วอินเทอร์เน็ตของทั้งเครือข่ายมือถือและเครือข่ายไวไฟเข้าด้วยกัน ส่งผลให้พื้นที่ใดก็ตามที่มีทั้งเครือข่าย AIS 4G ADVANCED และ AIS SUPER WiFi อยู่ในพื้นที่เดียวกัน จะสามารถให้ความเร็วในการใช้อินเทอร์เน็ตได้สูงสุดถึง 1 Gbps พร้อมกันนี้เอไอเอสยังได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตดีไวซ์ชั้นนำอย่าง ซัมซุง ในการพัฒนาเฟิร์มแวร์ที่รองรับการใช้งาน AIS NEXT G ในสมาร์ทโฟนของซัมซุง เพื่อร่วมกันยกระดับประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายที่เต็มประสิทธิภาพให้กับลูกค้าไปอีกขั้น สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วที่สูง อย่างเช่น การ Live คอนเทนต์แบบ Realtime, สตรีมมิ่งหนัง หรือวิดีโอความละเอียดสูงแบบ 4K, ดาวน์โหลด/อัพโหลดไฟล์ขนาดใหญ่, Augmented Reality, ส่งภาพเสียงหรือวิดีโอผ่าน Cloud System ฯลฯ นี่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเครือข่ายมือถือสำหรับคน NEXT GENERATION ที่เหนือกว่าความเร็ว 4G และ 4.5G” ด้าน นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้คนยุคใหม่ และในวันนี้ จากความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าในยุคปัจจุบันที่ต้องการได้รับประสบการณ์จากการสัมผัส ทดลองใช้ และเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ด้วยตนเอง เอไอเอสจึงใช้งบประมาณกว่า 40 ล้านบาท เริ่มต้นด้วยการพลิกโฉม AIS Shop บริเวณชั้น 4 เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคดิจิทัล ภายใต้คอนเซ็ปท์ “AIS THE DIGITAL GALLERY” เปรียบเสมือนแหล่งรวมนวัตกรรมเทคโนโลยีของโลกยุคดิจิทัล ที่นอกจากจะสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้ได้ทดลองใช้ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่หลากหลาย ทันสมัย ดีไซน์สวย จากแบรนด์ชั้นนำมากมายแล้ว ยังพลิกโฉมช็อปแห่งนี้ ให้เป็น Gallery แสดงงานศิลป์ นำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของการแสดงผลงานศิลปะ โดยวางผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นแสดงบนแท่นโชว์ (AIS Intelligent Unit) ที่ออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ ทำให้สะดวกในการสัมผัส รวมทั้งจัดหมุนเวียนผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สลับผลัดเปลี่ยน มาให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อนใคร และเพื่อเป็นการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้ายุคดิจิทัล เอไอเอสจึงผสานคน และเทคโนโลยี เป็น Next Generation Team ที่พร้อมส่งมอบมิติใหม่ของงานบริการให้แก่ลูกค้า โดยพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้เป็น Digital Guru ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ดิจิทัลต่างๆ สามารถให้คำแนะนำ และช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ รวมทั้งพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ Ask Aunjai เป็น Virtual Agent ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีอัจฉริยะ ทั้ง Artificial Intelligence (AI), Chatbot และ Smart Knowledge Base ทำให้สามารถตอบคำถาม ให้คำแนะนำลูกค้าบน Online ทั้งบนเว็บไซต์เอไอเอส และบนแอป my AIS ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งมีความเป็น Humanity เหมือนได้คุยกับพนักงานเหล่านี้ สื่อให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกี่ยวกับรูปแบบการให้บริการของเอไอเอส ที่พร้อมตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และเฉพาะตัวตามสไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง” ************************************************ ข้อมูล AIS NEXT G บริษัทได้ทำการปล่อยการอัพเดต FOTA เวอร์ชั่นล่าสุด ให้กับลูกค้าเอไอเอสที่ใช้ เครื่อง Samsung galaxy S8, S8+, S7 และ S7Edge สามารถใช้งาน AIS NEXT G ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเครื่องที่ได้รับการอัพเดต FOTA แล้ว จะมีเมนู NEXT G ปรากฏขึ้นในเมนู การตั้งค่าเครือข่าย พร้อมทั้งเปิดให้ลูกค้าเอไอเอสระบบรายเดือนที่ใช้ดีไวซ์ที่รองรับ และใช้แพ็กเกจ 4G Max Speed Unlimited 1,099 บาท/เดือนขึ้นไป สามารถใช้งานเครือข่าย AIS NEXT G ได้ทันที สำหรับลูกค้าเอไอเอสทั้งระบบรายเดือนและเติมเงิน ที่ใช้แพ็กเกจอื่น สามารถสมัครแพ็กเกจเสริม AIS NEXT G ได้ในราคาเพียง 159 บาท ได้รับอินเทอร์เน็ต 5GB และ AIS SUPER WiFi ไม่จำกัด นาน 7 วัน เพียงกด *777*522# โทรออก ทั้งนี้ สำหรับการใช้งานเครือข่าย AIS NEXT G ลูกค้าต้องเปิดฟังก์ชัน NEXT G บนมือถือ, เปิดใช้งานทั้ง Mobile DATA และ WiFi (เลือกเชื่อมต่อ AIS SMART Login) รวมทั้ง มีแพ็กเกจ NEXT G และแพ็กเกจ AIS SUPER WiFi และต้องอยู่ในพื้นที่มีสัญญาณ AIS SUPER WiFi และ Log in อยู่ จึงจะใช้งาน NEXT G ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งสังเกตได้จาก Icon NEXT G บนแถบ Status ด้านบนของหน้าจอสมาร์ทโฟน (ทั้งนี้ ความเร็วของการใช้งานเครือข่าย NEXT G จะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ในพื้นที่, ความใกล้ไกลของเครื่องกับเสาส่งสัญญาณ และสเปกของอุปกรณ์ที่ใช้) โดยเร็วๆ นี้ จะเปิดให้บริการ AIS NEXT G บนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note 8 โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบอุปกรณ์มือถือของตนเองว่ารองรับการใช้งาน NEXT G หรือไม่ เพียงกด *987# โทรออก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/nextg ข้อมูล AIS SHOP โฉมใหม่ ประกอบด้วย 5 โซนหลัก 1. Digital Gallery : เป็นพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมสุดล้ำจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ นำมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อนใครที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น Smartphone รุ่นใหม่, Wearable Tracking ต่างๆ เพื่อคนรักสุขภาพ, Drone อุปกรณ์สุดฮิตที่นักเดินทางยุคดิจิทัลไม่ควรพลาด และ Gadget ไฮเทคอีกมากมาย 2. Digital Bar : พื้นที่ที่ให้คนรุ่นใหม่ สามารถเข้ามาทดลองใช้สินค้า, เวิร์คช็อป, พูดคุย หรือปรึกษา Digital Guru ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นอย่างดี ซึ่งจะคอยเป็นผู้ช่วยและให้คำแนะนำลูกค้าอย่างมืออาชีพ 3. Connected : โซนที่รวบรวม Accessory สุดอินเทรนด์มากมาย ที่จะเชื่อมต่อชีวิตของลูกค้า Next Generation เข้ากับโลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ อาทิ กล้อง GoPro, Smart Watch, ลำโพง, หูฟัง และ Interactive Projector ที่สามารถเปลี่ยนพื้นผิวเรียบในบ้านให้เป็นหน้าจอ Touch Screen ทำให้สัมผัสความบันเทิง ทั้งเล่นเกมส์ และชมภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอิ่ม เป็นต้น 4. Digital Entertainment : สัมผัสความเร็วเต็มสปีด จาก AIS Fibre อินเทอร์เน็ตบอร์ดแบนความเร็วสูง ไฟเบอร์แท้ 100% และประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ทั้งจากแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX ที่มาพร้อมคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลก ที่จะทำให้ลูกค้าได้รับความสนุกสนาน เสมือนรับชมอยู่ที่บ้าน 5. Serenade : ห้องรับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าเซเรเนดคนพิเศษโดยเฉพาะ
  9. ทิ้งตำนานช่างภาพ-นักเขียนพูลิเซอร์ “บุญเสริม สาตราภัย” วัยเกือบ 90 ปี ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา หลังจากอยู่ในห้องไอซียู.นาน 10 วัน ญาติเก็บศพไว้ รพ.มหาราชฯรอลูกสาวจากอเมริกากลับมาก่อน วันแรกได้สวดที่โรงพยาบาล รอความชัดเจนจะตั้งศพไว้วัดใด ขณะที่สังคมโซเซียลมีเดียกระหน่ำแชร์อาลัยเนืองแน่น ยกย่องเป็นช่างภาพประวัติศาสตร์แห่งล้านนา ------------------------------ ข่าวเศร้าของชาวเชียงใหม่ เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2560 มีผู้แจ้งในเฟสบุ้กส่วนตัวของบุคคลต่าง ๆ โดยแชร์กันในโซเซียลมีเดียทำนองเดียวกันว่า “ลุงบุญเสริม สาตราภัย เสียชีวิตแล้ววันนี้ 16 สิงหาคม พ.ศ 2560 ในช่วงบ่ายของวันที่ฝนตกไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำลุงบุญเสริม เป็นช่างภาพประวัติศาสตร์ชาวเชียงใหม่ ภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ของเชียงใหม่ และล้านนาส่วนใหญ่ ที่เห็นชินตาล้วนเป็นฝีมือการถ่ายภาพของ ลุงบุญเสริม” จากนั้นมีผู้พยายามสอบถามว่า เสียชีวิตแล้ว ไม่ทราบศพตั้งอยู่ที่ไหน และมีพิธีอย่างไร แต่ไม่มีคำตอบ รวมทั้งในไลน์กลุ่มต่างๆ ก็สอบถามกันจำนวนมาก ล่าสุดบ่ายวันที่ 17 สิงหาคม 2560 “ไทยนิวส์” ตรวจสอบได้รายละเอียดเบื้องต้นว่า ขณะนี้ศพนายบุญเสริม สาตราภัย ฝากไว้ที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นางปราณี จุณศิริ ญาติที่ดูแลนายบุญเสริม สาตราภัย มาตั้งแต่ล้มป่วยเมื่อปลายปี 2558 เปิดเผยว่า นายบุญเสริม หลังออกจากโรงพยาบาลเชียงใหม่เมดิคัล (รวมแพทย์) เมื่อคราวรักษาตัวปี 2558 แล้วไปอยู่บ้านพักที่ อ.แม่ริม จากนั้นเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมาได้กลับเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้ง จนกระทั่งเมื่อคืนวันที่ 16 สิงหาคม เวลา 21.20 น.ก็ถึงแก่กรรมลงด้วยโรคแทรกซ้อนหลายโรค แต่รวมแล้วคือโรคชรา เนื่องจากมีอายุมากแล้วเกือบ 90 ปี หลังการสิ้นบุญของนายบุญเสริมแล้ว ได้โทรศัพท์แจ้งแก่ลูกสาวของนายบุญเสริมทั้งสองคนที่อเมริกา ซึ่งกำลังจะเดินทางกลับมา โดยญาติทางเชียงใหม่ได้ปรึกษากันว่าจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใด พร้อมกับแจ้งให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทราบ เนื่องจากนายบุญเสริมได้อุทิศร่างไว้กับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ต่อมาเช้าวันที่ 17 สิงหาคมจึงได้นำศพมาเก็บไว้ที่ห้องเย็นโรงพยาบาลมหาราช และระหว่างรอบุตรสาวกลับมา จึงมีพิธีสวดศพบ่ายวันเดียวกันที่ห้องทำบุญของโรงพยาบาลมหาราชฯ สำหรับประวัติของนายบุญเสริม สาตราภัย หรือ ”ลุงเสริม” เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2471 เริ่มเรียนการถ่ายภาพตั้งแต่อายุ 12 ปี และเริ่มเก็บบันทึกภาพเมืองเชียงใหม่อย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 20 ปีโดยในปี พ.ศ. 2501 เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือเป็นครั้งแรก “ลุงบุญเสริม” ได้รับมอบหมายให้ตามเสด็จฯเพื่อบันทึก ภาพการเสด็จฯ ในครั้งนั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 เข้าทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์คนเมือง และปี พ.ศ. 2505 ได้รับรางวัลชนะเลิศประกวดงานหนังสือพิมพ์ของมูลนิธิวิชาหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย หรือรางวัลพูลิตเซอร์เมืองไทยจากภาพถ่ายชุดสารคดี “ผีตองเหลือง” ขณะที่ในปี พ.ศ. 2516-2524 “ลุงบุญเสริม” เข้าทำงานที่ น.ส.พ.ไทยนิวส์ ในตำแหน่งหัวหน้าข่าว และรีไรท์เตอร์ร่วมกันสร้าง “ไทยนิวส์”มากับนายบรรจบ ลิ้มจรูญ ผอ.ผู้ก่อตั้ง และนายอินสม ปัญญาโสภา บรรณาธิการไทยนิวส์ปัจจุบัน นายบุญเสริมยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ล้านนา แต่งหนังสือพร้อมภาพประกอบเกี่ยวกับประวัติ พร้อมผลงานจัดพิมพ์หนังสือครูบาศรีวิชัย และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองเชียงใหม่ในอดีตช่วง 80-100 ปีที่ผ่านมา โดยหนังสือที่เป็นประวัติศาสตร์ คือ “เสด็จล้านนา” รวมภาพถ่าย สำคัญๆ ที่บันทึกภาพถ่ายเมื่อคราว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเชียงใหม่, “เชียงใหม่กับภัยทางอากาศ” ที่รวบรวมภาพถ่ายและข้อมูลสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา, “ล้านนาเมื่อตะวา” ซึ่งมีภาพถ่ายในอดีตของโรงเรียน ถนน วิถีชีวิตชาวบ้านนา วัด โบราณสถาน และตลาดในเมืองเชียงใหม่และอำเภอต่างๆ เป็นต้น สำหรับการตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดใด รายละเอียดอื่นๆ และผู้ประสงค์จะร่วมอาลัยหรือทำบุญ สอบถามได้ที่ 081-8823442 ข่าวโดย บุญญฤทธิ์ ตุลาพันธ์พงศ์
  10. Yesterday
  11. ไฟไหม้สาย.....(อะไรบ้างไม่รู้) บนเสาไฟฟ้าที่ร้านบะหมี่ หมูแดง ถนนมณีนพรัตน์ ก่อนถึงวัดโลกโมฬี หรือปั๊ม ปตท.คูเมือง เมื่อราว 18.30 น. วันที่ 16 ส.ค. 2560 ----- ภาพจากคุณ ‎Rachan
  12. เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล ‘Run to Give’ 24 ก.ย. นี้ เพื่อสนับสนุนบ้านมิตราทร มูลนิธิอุบลรัตน์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เชียงใหม่, ประเทศไทย – 10 สิงหาคม 2560 – โรงแรม เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ จะจัดกิจกรรมวิ่งการกุศลประจำปี Run to Give ครั้งที่ 4 ในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2560 เพื่อสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ในความดูแลของบ้านมิตราทร มูลนิธิอุบลรัตน์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ สำหรับปีนี้ ทางโรงแรมจะจัดเส้นทางการวิ่งใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เดิน-วิ่งระยะทาง 3 กม. และ วิ่งมินิมาราธอน 8 กม. บนเส้นทางถนนวงแหวนรอบนอกเมืองเชียงใหม่ โดยจะเริ่มวิ่งตั้งแต่เวลา 06.00 น. ค่าสมัคร 300 บาทสำหรับเดิน-วิ่ง และ 350 บาทสำหรับวิ่งมินิมาราธอน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับเสื้อยืด Run to Give และเหรียญรางวัลสำหรับผู้เข้าเส้นชัย และผู้เข้าเส้นชัย 5 ลำดับแรกในการวิ่งมาราธอน ทั้งประเภทชายและหญิง จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ นอกจากนี้ ยังได้รับสิทธิ์ลุ้นบัตรกำนัลที่พักและบัตรรับประทานอาหารจากโรงแรมชั้นนำต่างๆ ในเครือ SPG ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 053-253666 ต่อ 3693 คลิกสมัครออนไลน์ได้ที่ แบบฟอร์มสมัคร Run to Give กิจกรรม Run to Give นี้ เป็นโครงการเพื่อการกุศลซึ่งสะท้อนความสำคัญของพันธกิจ “TakeCare” ที่มุ่งมั่นเสริมสร้างค่านิยมหลักขององค์กร นั่นคือการให้ความสำคัญกับ “คน” มาเป็นอันดับหนึ่ง (Putting People First) ซึ่งกิจกรรมนี้นับเป็นครั้งแรกที่พนักงานในเครือสตาร์วูดและแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รวมตัวกันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อสนับสนุนให้พนักงานได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย ทางโรงแรมฯ จะนำมอบให้บ้านมิตราทร เพื่ออุปการะดูแลเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงแข็งแรง และสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ: ศศิมา อุดมศิลป์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ -- ++ เว็บประจำจังหวัด ที่มี "ยอดจำนวน" คนชมและใช้งานมากที่สุด ค้นหาใน Google.com คำว่า "เชียงใหม่" ติดหน้าแรกชัวร์ http://www.cm108.com สังคมบนอินเตอร์เน็ตจังหวัดเชียงใหม่ (ทุกเรื่องในเชียงใหม่) รวมเรื่องราว ข่าวสารในเชียงใหม่-ลำพูน ++ แฟนเพจ (ใน facebook) สมาชิกติดตาม 4.5 แสน (450,000 คน) (ว๊าวๆๆ) มากที่สุดในเว็บภูมิภาค https://www.facebook.com/chiangmai108 แวะหากันหน่อย
  13. จังหวัดเชียงใหม่ ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยได้จัดทำแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ 20 ปี ฉบับภาคเอกชน – ภาคการศึกษา โดยมุ่งให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 16 สิงหาคม 2560 เวลา 14.00 น. นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 4/2560 โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และสังคม เข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำโครงการจัดทำแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ 20 ปี ฉบับภาคเอกชน – ภาคการศึกษา เพื่อให้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทุกภาคส่วน ทั้งการท่องเที่ยวและบริการ , วัฒนธรรมและสังคม , เกษตรยั่งยืน , อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน , พัฒนาเมือง , ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม โดยจะผลักดันให้เกิดการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาชน จนนำไปสู่การพัฒนาที่เข้มแข็งและยั่งยืน ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำร่างแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ 20 ปี ขั้นต้น โดยมุ่งให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งจะมีการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้แผนมีความสมบูรณ์และเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเมืองในอนาคตมากที่สุด นอกจากนี้ กรอ.จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยขณะนี้ได้สนับสนุนให้มีการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ – จังหวัดกวางบินห์ ของเวียดนาม โดยสารการบิน Jet Star เส้นทางการบินเชียงใหม่ – กวางบินห์ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วง green season ให้กับทั้งสองประเทศอีกด้วย ส่วนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ จังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอโครงการสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 , โครงการเร่งรัดระบบขนส่งมวลชนสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่ และการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ และโครงการมอเตอร์เวย์เชียงใหม่-เชียงราย โดยคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและคณะกรรมการ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้มีมติเห็นชอบโครงการดังกล่าวแล้ว โดยเฉพาะโครงการสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 ถ้าหากดำเนินการเสร็จจะช่วยทำให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น และช่วยให้ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ปัจจุบัน มีเที่ยวบินค่อนข้างหนาแน่น และสถานที่ไม่สามารถขยายได้ -- ++ เว็บประจำจังหวัด ที่มี "ยอดจำนวน" คนชมและใช้งานมากที่สุด ค้นหาใน Google.com คำว่า "เชียงใหม่" ติดหน้าแรกชัวร์ http://www.cm108.com สังคมบนอินเตอร์เน็ตจังหวัดเชียงใหม่ (ทุกเรื่องในเชียงใหม่) รวมเรื่องราว ข่าวสารในเชียงใหม่-ลำพูน ++ แฟนเพจ (ใน facebook) สมาชิกติดตาม 4.5 แสน (450,000 คน) (ว๊าวๆๆ) มากที่สุดในเว็บภูมิภาค https://www.facebook.com/chiangmai108 แวะหากันหน่อย
  14. สวัสดีค่ะ พอดีอยากให้ช่วยตามหาเจ้าของน้องหมาหน่อย หลงมาแถวหนองหอย แถวโครงการK Park เดินตามหาเจ้าของตากฝนทั้งวัน ติดต่อ 086-6596018
  15. นางสาวเชียงใหม่ 2557,2558 ร่วมแฟชั่นโชว์ นางสาวเชียงใหม่ 2557,2558 Miss Grand Chiang Mai 2017 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 และ IDEA House ชวนคุณมาเติมไอเดียกับงาน " IDEA FEST " >> โชว์เคสผลงานไอเดียกระฉูดมากมายกว่า 150 ผลงาน อาทิ รถบ้านสัตว์เลี้ยงสไตล์คลาสสิค เตาประหยัดพลังงาน โคมไฟเส้นด้ายสไตล์ลอฟต์ แฟชั่นท้องถิ่นสไตล์โมเดิร์น ฯลฯ >> จำหน่ายสินค้าสุดครีเอทีฟจากแบรนด์ชื่อดัง >> แฟชั่นโชว์สุดอลังการจากแฟชั่นดีไซเนอร์ชั้นนำ >> เวิร์คช็อปสนุกกระตุกความคิดสร้างสรรค์ >> ให้คำปรึกษาแนะนำด้านการออกแบบโดยนักออกแบบมืออาชีพ #IDEAHouse #IDEAFEST
  16. เชียงใหม่-แม่ค้านมเฮถูกหวยรางวัลที่หนึ่งรวยทรัพย์รับโชคเต็ม6ล้านบาท แม่ค้านมเชียงใหม่เฮถูกหวยรางวัลที่หนึ่งคว้าโชค6ล้านบาท หลังซื้อเลขจากทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับขี่ทำงานทุกวันให้โชคเต็ม เผยทำบุญส่วนหนึ่งอีกส่วนเก็บไว้ใช้จ่าย เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 16 ส.ค.60 ที่ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ นางสาวต้อย มะนาว อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141/2 หมู่ 12 บ้านตองกาย ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ แม่ค้าขายนมในตลาดสดแม่เหียะ ได้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังผู้แจ้งได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 16 ส.ค.2560 หมายเลข 715431 ชุดที่ 62 จำนวน 1 คู่ ปรากฏว่าถูกเลขรางวัลที่หนึ่งจำนวน 6 ล้านบาท จึงมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการต่อไป โดยนางสาวต้อย มะนาว อายุ 50 ปี แม่ค้าขายนมในตลาดสดแม่เหียะ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอย่างดีใจว่า ตนเองถูกเลขสลากรางวัลดังกล่าวเพราะซื้อตามเลขรถจักรยานยนต์ที่ใช้ทุกวันคือเลข 431 จนมาทราบจากคนขายสลากในตลาดมาแจ้งว่าตนเองถูกรางวัลที่หนึ่งจึงมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานดีใจมาก โดยจะนำเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญด้วยอีกส่วนเก็บไว้ใช้จ่าย ข่าวโดยทีมข่าว www.CM108.com Clip Video
  17. เอไอเอส รับรางวัลเกียรติยศ Hall of Fame Award บริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุด ต่อเนื่องกัน 5 ปี ในยุคปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เอไอเอสจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามาโดยตลอด จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า รวมทั้งนักลงทุน ส่งผลให้แบรนด์องค์กรของเอไอเอสแข็งแรงและเติบโตอย่างยั่งยืน ล่าสุด เอไอเอส โดย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จึงได้รับรางวัลเกียรติยศThailand’s Top Corporate Brand ValuesHall of Fame 2017 องค์กรธุรกิจที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดต่อเนื่องกัน 5 ปี (ปี 2555-2559) จากผลงานวิจัยดีเด่นการประเมินค่าและจัดอันดับแบรนด์องค์กรในประเทศไทย โดยหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ใช้เครื่องมือวัดมูลค่าแบรนด์ที่เรียกว่า CBS Valuation (Corporate Brand Success Valuation) ที่นำตัวเลขจากงบการเงินประจำปี ซึ่งเป็นมูลค่าที่บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยต่อสาธารณชนมาคำนวณ ซึ่งวิธีการประเมินดังกล่าว ได้รับการยอมรับจากองค์กรธุรกิจชั้นนำ จนเป็นเครื่องมือที่จะสามารถช่วยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาองค์กรให้มีความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล
  18. Live สด!! ราว 16.10 น. ไฟไหม้ภายในตลาดช้างเผือก เสียหาย 2 ห้อง เป็นร้านขายข้าว และร้านขายเสื้อผ้า ซึ่งปิดประตูไว้ไม่มีคนอยู่ ความเสียหายประมาณ 50,000-100,000 บาท ส่วนสาเหตุนั้น จนท. กำลังหาสาเหตุอยู่สำหรับตลาดช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ เป็นตลาดเช้ามีพ่อค้าแม่ค้ามาขายสินค้าทั้งสดและสำเร็จประมาณ ตี2 เป็นต้นไป และสายๆ ของวัน ตลาดแห่งนี้จะปิด จิ้มดูคลิป Video ได้ที่ >>
  19. วันนี้ 16 ส.ค.60 เวลา 14.00 น. พลเมืองดีอาชีพพนักงานขับรถโดยสารสารธารณะ (สี่ล้อแดง) นำกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งลืมไว้บนรถโดยสารนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ภายในกระเป๋าบรรจุเอกสารสำคัญ และเงินสดทั้งสกุลไทยและจีน จำนวนรวมกว่า 210,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าของมารับคืนเป็นที่เรียบร้อย
  20. “ยูเนี่ยนแพน” จัดงานใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจกลางปีในพื้นที่ภาคเหนือ ผุดมหกรรม 7 บิ๊กอีเว้นต์ Mid year sale ภายใต้คอนเซ็ปต์ “งานใหญ่ ลดใหญ่” บนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร นำผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น อาหาร อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์กีฬาและ รถยนต์ เข้าร่วมงานคับคั่ง คาดเงินสะพัดกว่า 400 ล้านบาท นางวชิรา จิตศักดานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท ยูเนี่ยนแพน เอ็กซิบิชั่นส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนที่จะจัดงานมหกรรมแสดงสินค้า “Mid Year Sale” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “งานใหญ่ ลดใหญ่ ไม่ต้องไปไกล ถึงกรุงเทพ” ขึ้นระหว่างวันที่ 19-27 สิงหาคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการจัดงานครั้งที่ 3ใช้พื้นที่ในการจัดงาน กว่า 15,000 ตารางเมตร เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคทางภาคเหนือในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งภายในงานประกอบ 7 งานใหญ่ดังนี้ 1.งาน Furniture Mid Year Sale งานที่รวมผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจร ทั้งหมดมาอยู่ในงาน โดยกว่า 70% เป็นผู้ประกอบการที่มาจากกรุงเทพมหานคร มีทั้งผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย ผู้นำเข้า และผู้ส่งออก และ อีก 30% เป็นผู้ประกอบการในท้องถิ่น 2.งาน Fashion& Jewelry Mid Year Sale งานที่รวมผู้ประกอบการแฟชั่น เครื่องประดับ เครื่องเพชร ภายในงานมีผู้ผลิต และผู้จำหน่าย สินค้าแฟชั่นนำสินค้าหลากหลายแบรนด์มาจัดโปรโมชั่นลดราคาแบบสุด ๆโดยการเชิญผู้ประกอบการมาร่วมออกบูธกว่า 100 บริษัทชั้นนำ ซึ่งจะนำสินค้าแฟชั่นช็อปปิ้งต่างๆ มาจัดโปรโมชั่นพิเศษร่วมกัน 3.งาน Inter Lifestyle @Chiang Mai งานที่รวบรวมผู้ประกอบการกลุ่มสินค้า Handmade ที่เป็นสินค้าท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งบ้าน โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมเครื่องสำอางสมุนไพรล้านนา โดยการนำผู้ประกอบการกว่า 50 ราย มาอยู่ในโซนนี้ด้วย ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้โซนนี้เป็นเวทีในการนำสินค้าของผู้ประกอบการท้องถิ่นมาจัดแสดงให้ผู้บริโภคได้รู้จักมากขึ้น และเปิดประสบการณ์ให้เจ้าของสินค้ามีโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้าได้มาตรฐานสากล 4. งาน China Best Expo @Chiangmai งานที่จัดเป็นครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่ รวบรวมสินค้าดีมีคุณภาพจากประเทศจีน โดยรวบรวมผู้ประกอบการจากประเทศจีน นำสินค้าราคาพิเศษ มาจำหน่ายเฉพาะงานนี้เท่านั้น 5.งาน ตำนานอาหารอร่อย ครั้งที่ 3 จัดบริเวณด้านนอก (Outdoor) โดยแบ่งเป็น 2 โซนหลัก คือ โซนอาหารโบราณที่หารับประทานยาก และโซนอาหารจากร้านดัง รวมผู้ประกอบการร้านอาหารไว้ภายในงานนี้กว่า 100 บูธ นำอาหารรสเด็ด อาหารหาชิมได้ยาก จาก ทุกภาค พร้อมจัดเตรียมโซนรับประทานอาหารไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้จับจ่าย 6.งาน Mid Year Motor Sale @Chiangmai ได้รับการสนับสนุนจากชมรมผู้ค้ายานยนต์เชียงใหม่ การนำผู้ประกอบการรถยนต์กว่า 14 แบรด์ชั้นนำในประเทศไทย อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน มิซซูบิชิ มาสด้า ฟอร์ด เซฟโลเลต อีซูซุ ซูซูกิ เกียร์ ฮุนได วอลโว่ เบนซ์และเปอร์โย นำรถยนต์ ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ มาจัดโปรโมชั่นลดราคาครั้งใหญ่ในรอบครึ่งปี โดยทุกๆ แบรนด์ จะมีการจัดกิจกรรม นาทีทองตลอดทุกชั่วโมง เพื่อสร้างความคึกคักให้กับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมจัดโซนแสดงรถจักรยานยนต์จากทุกค่าย นอกจากนั้นภายในงานยังจัดส่วนการทดลองขับจากทุกค่ายรถยนต์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้ออีกด้วย 7. นอกจากนี้ยังมียังมีกิจกรรมใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่อีก หนึ่งงาน ประกอบด้วย งาน Sport & Mobie Expo มีผู้ประกอบการร่วมงานกว่า 30 แบรนด์ นำโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เสริม ชุดกีฬา อุปกรณ์กีฬาแบรนด์ชั้นนำมาจัดโปรโมชั่น โดยการร่วมมือกับ M Vision ผู้จัดงาน Mobie Expo ที่มีชื่อเสียงจากกรุงเทพมหานคร เพื่อตอกย้ำ เทศกาลลดครั้งยิ่งใหญ่ ยูเนี่ยนแพนฯ ยังได้จัดโปรโมชั่นส่วนกลางของงาน จัดโปรโมชั่น “mid year surprise gift” สำหรับสินค้าที่เข้าร่วมรายการภายในงาน เมื่อซื้อสินค้าแล้วสามารถนำใบเสร็จพร้อมคูปองของขวัญมารับของฟรีมูลค่า 100 - 20,000 บาท จำนวนกว่า 600 ชิ้น ตลอด 9 วัน โดยมีมูลค่าทั้งสิ้น 502,660 บาท นางวชิรา กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานที่เชียงใหม่ของบริษัทฯ ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดงานแต่ละครั้งมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20-30% สะท้อนว่ากำลังซื้อในจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ขยายตัวเพิ่มขึ้น สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก สำหรับการจัดงานในครั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมชมงานไว้ สำหรับประมาณ 350,000 คนมีเม็ดเงินสะพัดในงานประมาณ 400 ล้านบาท งาน Mid Year Sale @Chiangmaiกำหนดจัดขึ้นวันที่ 19 – 27 สิงหาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนม์พรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเวลา 11.00 น. –21.00 น. ตลอด 9 วัน โดยสามารถชมงานได้ฟรี! -- ++ เว็บประจำจังหวัด ที่มี "ยอดจำนวน" คนชมและใช้งานมากที่สุด ค้นหาใน Google.com คำว่า "เชียงใหม่" ติดหน้าแรกชัวร์ http://www.cm108.com สังคมบนอินเตอร์เน็ตจังหวัดเชียงใหม่ (ทุกเรื่องในเชียงใหม่) รวมเรื่องราว ข่าวสารในเชียงใหม่-ลำพูน ++ แฟนเพจ (ใน facebook) สมาชิกติดตาม 4.5 แสน (450,000 คน) (ว๊าวๆๆ) มากที่สุดในเว็บภูมิภาค https://www.facebook.com/chiangmai108 แวะหากันหน่อย
  21. เมื่อ 16 ส.ค.60, 15.30 บก.ควบคุม กกล.รส.จว.ล.พ. โดย บก.ร้อย.รส.ที่ 3 (ร.7 พัน.2) จัดกำลังพล ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง อ.บ้านโฮ่ง และ สภ.บ้านโฮ่ง ทำการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม และยาเสพติดในพื้นที่ฯ โดยได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น บ้านเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำนวน 4 เป้าหมาย ดังนี้.- 1. นายพัชรพงศ์ ฉ่ำชื้น อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 227 ม.6 ต.ศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง จว.ล.พ. ผลการปฎิบัติฯ ตรวจค้นไม่พบยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมาย แต่อย่างใด 2. นายวชิรวุธ ตุมมาแก้ว อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 190 ม.6 ต.ศรีเตี่ย อ.บ้านโฮ่ง จว.ล.พ. ผลการปฎิบัติฯ ตรวจค้นไม่พบยาเสพติดและพบสิ่งผิดกฏหมาย แต่อย่างใด 3. น.ส.อัมรินทร์ ไชยกันทา อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 47 ม.๑๑ ต.เหล่ายาว อ.บ้านโฮ่ง จว.ล.พ. ผลการปฎิบัติฯ ตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 81 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงลูกอมสีชมพู ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าแบบสะพายสีดำ วางอยู่บนโต๊ะภายในห้องนอนของบ้านฯ โดย น.ส.อัมรินทร์ฯ ได้ยอมรับว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนเองจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย” และควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งให้กับ พงส.สภ.บ้านโฮ่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป 4. นายชาญชัย จิตตา อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 14 ม.8 ต.เหล่ายาว อ.บ้านโฮ่ง จว.ล.พ. ผลการปฎิบัติฯ ตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 7 เม็ด บรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกใส แบบมีฝาปิด พบอยู่ในกระเป๋าผ้าแบบคาดเอวสีดำ โดยนายชาญชัยฯ ได้ยอมรับว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนเองจริง จึงแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งให้กับ พงส.สภ.บ้านโฮ่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ต่อไป -- ++ เว็บประจำจังหวัด ที่มี "ยอดจำนวน" คนชมและใช้งานมากที่สุด ค้นหาใน Google.com คำว่า "เชียงใหม่" ติดหน้าแรกชัวร์ http://www.cm108.com สังคมบนอินเตอร์เน็ตจังหวัดเชียงใหม่ (ทุกเรื่องในเชียงใหม่) รวมเรื่องราว ข่าวสารในเชียงใหม่-ลำพูน ++ แฟนเพจ (ใน facebook) สมาชิกติดตาม 4.5 แสน (450,000 คน) (ว๊าวๆๆ) มากที่สุดในเว็บภูมิภาค https://www.facebook.com/chiangmai108 แวะหากันหน่อย
  1. Load more activity