IPB

ยินดีต้อนรับ ( ล็อกอิน | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
> พิพาทระหว่าง ชุมชนหนองหอย-วายเอ็มซี.
ผู้สื่อข่าวออนไล...
โพสต์ Jun 30 2008, 12:56
โพสต์ #1


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ไปแล้ว : 1,968
Thank(s): 620
สมัครเมื่อ : 7-February 07
สมาชิกเลขที่ : 2
เพศ: ชาย
งานอดิเรก/ความสนใจ: ท่องเว็บไซต์
ชื่อเล่น หรือนามแฝงใช้ใน web นี้: ผู้สื่อข่าวออนไลน์
อำเภอ-จังหวัด: เชียงใหม่



พิพาทชุมชนหนองหอย-วายเอ็มซี.


กรณีที่ชาวชุมชนหนองหอยร้องเรียนนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 เพื่อขอให้ตรวจสอบรังวัดที่สาธารณประโยชน์ (ป่าช้าเสาหิน) เนื่องจากมีการนำไปใช้ประโยชน์ให้เอกชนเช่า และเมื่อชุมชนจะขอเข้าใช้ประโยชน์ก็ถูกกีดกันต่าง ๆ ต่อมาเทศบาลนครเชียงใหม่ได้แจ้งให้นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ และสำนักงานที่ดินจังหวัดเข้าไปรังวัดตรวจสอบแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ และสอบปากคำผู้สูงอายุที่ทราบความเป็นมาของที่ดินบริเวณนั้น ต่างก็ยืนยันเป็นที่ดินป่าช้ามานาน โดยมีหนังสือที่ดินหลวงยืนยันด้วย ทางอำเภอเมืองจึงแจ้งให้สำนักงานธนารักษศ์จังหวัดซึ่งอ้างที่ดินดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุ และให้สมาคมวายเอ็มซีเอ.เสาหินเช่า แต่ไม่มีคำตอบใดๆ รวมทั้งสัญญาให้เช่าที่ราชพัสดุดังกล่าวก็ครบกำหนดไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ชาวชุมชนหนองหอยเข้าพบนายสุกิจ ภู่ทาสิน ประธานชุมชนฯ ทวงถามว่าทางราชการได้ดำเนินการอย่างใดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากชุมชนได้สร้างอาคารที่ทำการขึ้นบนที่สาธารณประโยชน์ติดกับที่ธนารักษ์จังหวัดอ้างว่า เป็นที่ราชพัสดุให้สมาคมวายเอ็มซีเอ.เช่า และเมื่อหมดสัญญาเช่าแล้วจะให้อยู่ต่อหรืออย่างไรก็ไม่แจ้ง ที่น่ากังขาคือที่สาธารณประโยชน์ของชุมชน สามารถนำไปให้เอกชนเช่าได้หรือไม่ ซึ่งนายสุกิจ ภู่ทาสิน ประธานชุมชนหนองหอย แจ้งต่อชาวชุมชนว่า เพิ่งมีหนังสือร้องเรียนไปอีกครั้งถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ผวจ.เชียงใหม่ สำเนาถึงนายศักดิ์ชัย จ.ผลิต นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ และ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ต่อมาได้รับหนังสือแจ้งจากจังหวัดเชียงใหม่ว่ารับทราบ และให้ประสานกับอำเภอเมืองเพื่อติดตามผลดำเนินการ

นายสุกิจ ภู่ทาสิน ประธานชุมชนหนองหอย กล่าวว่า ที่ดินสาธารณประโยชน์สุสานเสาหินนั้น ทิศเหนือถนนมหิดล เป็นที่ดินแปลงใหญ่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงรับรอง เลขที่ 182/2482 ระบุเนื้อที่ 5 ไร่ 16 ตารางวา ส่วนอีกแปลงใหญ่เป็นที่สาธารณประโยชน์ป่าช้าเช่นกันรวมกับที่ลำเหมืองเก่าที่ถูกถมแล้ว ประมาณ 4 ไร่ ยังไม่ได้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเป็นหลักฐานไว้ ซึ่งสำนักงานธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ได้ให้สมาคมวายเอ็มซีเอ.เสาหินเช่า ต่อมาการเช่าที่ดินดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงเป็นการเช่าอาคารแทน เพราะไม่ปรากฏว่ากรมธนารักษ์มีที่ดินราชพัสดุในบริเวณนี้ แต่เมื่อเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ตามสัญญาเช่าอาคารบนที่ดินสาธารณประโยชน์นี้ ธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ได้เก็บค่าเช่าเป็นรายปี และหลังสุดเมื่อปลายปี 2549 ได้สิ้นสุดสัญญาเช่าแล้ว ถึงปัจจุบัน สมาคมวายเอ็มซีเอ. เสาหิน ก็ยังครอบครองเหมือนเช่าที่ดินอยู่ต่อไป

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2550 นายอำเภอเมืองเชียงใหม่มีหนังสือแจ้งธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องการรังวัดตรวจสอบที่สาธารณประโยชน์(ป่าช้าเสาหินหรือหนองหอย) ขอให้ธนารักษ์จังหวัดตรวจสอบพื้นที่ตามสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้สมาคมวายเอ็มซีเอ.ฯ นั้นเป็นพื้นที่ตรงตามหลักฐานหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าวหรือไม่ และได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุตั้งแต่เมื่อใด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีข้อขัดแย้งระหว่างชุมชนและเทศบาล กับสมาคมวายเอ็มซีเอ. ฯลฯ แต่ปรากฏการรังวัดตรวจสอบดังกล่าวไม่มีผลคืบหน้า และยังไม่มีการระบุว่าที่ดินสาธารณประโยชน์ป่าช้าดังกล่าว ซึ่งมี 2 แปลงใหญ่(แปลงตะวันออกมีหนังสือสำคัญที่หลวง) โดยแปลงทิศตะวันตกอันเป็นที่ตั้งอาคารสำนักงานสมาคมวายเอ็มซีเอ.ฯ เป็นที่ราชพัสดุหรือที่สาธารณประโยชน์กันแน่ แต่ชาวชุมชน และคนเก่าคนแก่ในชุมชนได้ยืนยันเป็นหลักฐานไว้แล้วว่าที่ดินทั้งหมดเป็นที่ป่าช้า

ดังนั้น คณะกรรมการชุมชน และชาวชุมชนหนองหอยได้ประชุมหารือกัน มีความเห็นว่าควรร้องเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบรังวัด และขึ้นทะเบียนเป็นโฉนดหลวงหรือที่สำคัญสำหรับที่หลวงให้ถูกต้อง ก่อนจะมีผู้การอ้างสิทธิหรือถือครอบครองที่สาธารณประโยชน์ป่าช้าไปโดยมิชอบ เพราะที่ดินสาธารณประโยชน์แห่งนี้ควรจะรักษาไว้เพื่อประโยชน์ประชาชนส่วนรวมต่อไป.
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ที่ผ่านมา มีสมาชิก 2 ท่าน กล่าวขอบคุณ ถึง ผู้สื่อข่าวออนไลน์ ที่มาโพสต์กระทู้นี้ จากสมาชิก cm108 คือ..:
natan, untra
.ก่ำบี้ปีกใส.
โพสต์ Jun 30 2008, 19:25
โพสต์ #2





Guests

Thank(s):





เฮ้อ แล้วเมื่อใดบ้านเมืองเฮาจะเจริญเจ้า icon47.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ผู้มาเยือน.
โพสต์ Jul 1 2008, 09:48
โพสต์ #3





Guests

Thank(s):





ถ้าไม่มีYMCAบ้านเมืองก็ไม่เจริญงั้นเหรอ เฮ้อ........นะคิด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ผู้มาเยือน.
โพสต์ Jul 1 2008, 15:50
โพสต์ #4





Guests

Thank(s):





ทราบว่าที่ตรงที่ YMCA ใช้ในปัจุบันเป็นที่ของราชพัสดุ ส่วนที่สาธารณประโยชน์ทางชุมชนไปสร้างอาคารเอาไว้แล้ว YMCA ก็เป็นองค์กรพัฒนาเยาวชนที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมมานาน ก็น่าจะใช้ประโยชน์ในที่ๆ ตนเองดูแลอยู่ได้ ใช่ไหม
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Fast ReplyReply to this topicStart new topic
มี 1 คน ที่กำลังอ่าน หรือดูหัวข้อนี้ (ผู้มาเยือน 1 คน และสมาชิกไม่เผยตัว 0 คน )
สมาชิก Login 0 คน คือ

> ตอบแบบเร็ว
ตัวหนา
ตัวเอียง
ขีดเส้นใต้
แทรกรูป
อีโมติค่อน
แทรก Quote
แทรก Code
 
 ใช้งานการแจ้งเตือนทางอีเมล์เมื่อมีผู้ตอบ |  ใช้งานอีโมติค่อน |  ใช้งานลายเซ็นต์
   

 



RSS Lo-Fi Version เวลาขณะนี้: 30th August 2008 - 02:48