IPB

ยินดีต้อนรับ ( ล็อกอิน | สมัครสมาชิก )

2 หน้า V   1 2 >  
Reply to this topicStart new topic
> ยุ่นโวย โรงพยาบาลชื่อดัง หมอจัดยามั่ว ตาเกือบบอด
ผู้สื่อข่าวออนไล...
โพสต์ Jun 20 2008, 01:18
โพสต์ #1


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ไปแล้ว : 1,995
Thank(s): 657
สมัครเมื่อ : 7-February 07
สมาชิกเลขที่ : 2
เพศ: ชาย
งานอดิเรก/ความสนใจ: ท่องเว็บไซต์
ชื่อเล่น หรือนามแฝงใช้ใน web นี้: ผู้สื่อข่าวออนไลน์
อำเภอ-จังหวัด: เชียงใหม่



ยุ่นโวยรพ.ดังหมอจัดยามั่ว
..............โวยรพ.ดัง..............




หนุ่มใหญ่เมืองปลาดิบโวยโรงพยาบาลชื่อดัง จัดยาแอสไพรินให้กินนานเกือบ 20 ปี ตาเกือบบอด เกิดความเครียมขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำคิดจะแขวนคอตายแต่ขอพบผู้สื่อข่าวเผยแพร่ถึงความทุกข์ทรมาน จากการกินยาตามคำสั่งของแพทย์กระทั่งตามองเห็นเพียงเลือนลาง

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 18 มิ.ย.51 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติจะฆ่าตัวตาย แต่ต้องการขอพบผู้สื่อข่าวก่อน เพื่อบอกเล่าเรื่องราว และสาเหตุที่จะฆ่าตัวตายให้ผู้สื่อข่าวทราบ เหตุเกิดในบ้านเลขที่ 99/65 หมู่ที่ 5 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงพบว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว โดยภายในห้องน้ำในห้องนอน พบนายโยอิชิ ดูราโมโต้ อายุ 55 ปี ชาวญี่ปุ่น สวมเสื้อสีขาว นั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำโดยมีสายฝักบัว รัดอยู่ที่บริเวณลำคอ ทางผู้สื่อข่าวและญาตินายโยอิชิ จึงช่วยกันเลี้ยกล่อมให้ออกมาจากห้องน้ำ เพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่จะฆ่าตัวตาย

จากการสอบถามนายโยอิชิ ซึ่งพูดภาษาไทยไม่ค่อยชัดแต่ก็พอจับใจความได้ว่า ตนเองได้ป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคความดัน ได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่โดยแพทย์ได้จัดยาแอสไพรินให้กิน มาได้ประมาณ 20 ปี อาการก็ไม่ดีขึ้น และยังส่งผลให้สายตาค่อย ๆ เลือนลางขณะนี้สามารถมองเห็นได้เพียง 5 % ทำให้เกิดความเครียด ทั้งที่แพทย์ก็มีความเชี่ยวชาญ แต่ก็ยังจัดยาแอสไพไรินให้กินติดต่อกันนานถึง 20 ปี โดยไม่บอกถึงอาการข้างเคียงให้ทราบ จนกระทั่งตาใกล้จะบอด จึงคิดจะฆ่าตัวตาย แต่ก็อยากให้ผู้สื่อข่าวได้เผยแพร่ถึงความทุกข์ทรมานจากการจัดยาของแพทย์ให้กับผู้ป่วย จนกระทั่งตาเกือบบอดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวนายโยอิชิฯ ให้เจ้าหน้าที่และแพทย์ที่เกี่ยวข้อง นำตัวไปตรวจดูอาการเพื่อหาสาเหตุความผิดปกติของร่างกายผู้ป่วยที่ชัดเจนอีกครั้ง และทำการรักษาต่อไป

ที่มา :
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ที่ผ่านมา มีสมาชิก 2 ท่าน กล่าวขอบคุณ ถึง ผู้สื่อข่าวออนไลน์ ที่มาโพสต์กระทู้นี้ จากสมาชิก cm108 คือ..:
natan, Sweet Vampire
.ปะโทะ.
โพสต์ Jun 20 2008, 01:58
โพสต์ #2





Guests

Thank(s):





โฮงยาอะหยังบ่บอกซักกำแต๊ บ่าอ้ายเจแปนนี่อะหยังมาหยาบ มายาฮักษาอะหยังเมินแต้เมินว่าเป๋นตั้งซาวปี๋แล้ว เต๋มก่อนี่
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ผู้มาเยือน.
โพสต์ Jun 20 2008, 04:54
โพสต์ #3





Guests

Thank(s):





เบาหวานซิครับทำให้ตาบอดผมว่าเกิดจากเบาหวานมากกว่า ลงข่าวแบบนี้ทำให้ผู้ไม่รู้ทางการแพทย์สับสนเรื่องยาได้น่ะครับ ผลข้างเคียงของแอสไพริน ไม่ได้ทำให้ตาบอด แต่ทำให้เกร็ดเลือดต่ำ ผมว่าถ้าใครมาอ่านเข้าใจว่าแอสไพรินทำให้ตาบอด เฮ้อ เวรกรรม!
Go to the top of the page
 
+Quote Post
mita
โพสต์ Jun 20 2008, 08:16
โพสต์ #4


Advanced Member
กรุ๊ปไอค่อน

กลุ่ม : แฟนพันธุ์แท้
โพสต์ไปแล้ว : 6,035
Thank(s): 144
สมัครเมื่อ : 16-February 07
สมาชิกเลขที่ : 57

เพศ: หญิง
งานอดิเรก/ความสนใจ: เขียนหนังสือ ,ถ่ายภาพ /ปักผ้า
ชื่อเล่น หรือนามแฝงใช้ใน web นี้: ป้ามิตา // ป้ามี๊
อำเภอ-จังหวัด: เจียงใหม่



ประเด็น นี้ เป็นเบาหวาน + หัวใจ+ ความดัน มา 20 ปี

การรักษา เบาหวาน เริ่มแรก ถ้า คุมอาหารดี ไม่กินหวานไม่กินเค็ม โรค ความดันก็ไม่ถามหา ถ้า สูบบุหรี่ อีก ได้ มาแน่ๆๆ โรค หัวใจ

เบาหวานรักษา มานาน มีโรคแทรกซ้อน ตามมาแน่นอน ไม่ต้องคิดว่าจะไม่มี

โรคแทรกซ้อน คือ ปลายประสามเสื่อม / หลอดเลือดเสื่อม ปัจจัยนี้ ส่งผล ทำใตบอดได้ เค้าเรียก ว่าเบาหวานขึ้นตา .........

รายนี้ สันนิษฐานว่า ป่วยเรื้อรัง และ อาจจไม่ดูแลตัวเอง เป็นเบาหวานขึ้นตา
แล้วโรคหัวใจ มีปัญหา ลิ่มเลือด ได้ หมอ น่าจะจ่าย แอสไพริน เพื่อรักษา

ไม่น่าเกี่ยวกับหมอ จ่ายยามั่ว ตามที่ พาดหัวขาวนะ

ปล . ฝาก สักนิด พาดหัวข่าว แบบนี้ ไม่ ค่อย งามเท่าไหรนะ น่าจะพาด หัวได้ ว่า โรครุมเร้า พี่ยุ้น ทนไม่ไหว มากกว่าไหม


ไม่เกี่ยวกับ หมอ และ โรงพยาบาล ไม่ว่าจะชื่อดังไม่ดัง

โพสต์นี้ได้รับการแก้ไขโดย mita Jun 20 2008, 10:05


--------------------
กิ๋นลำ กำก้องจ้องจ่อ แบ่งปั๋นกั๋นผ่อ แล้ว ถ่อ รถไป จิม .....

&

โลกนี้สวยงาม เมื่อเราเดินช้าลง....
ภาพถ่ายเป็นสื่อกลางของความรู้สึก ...สวยไม่สวยไม่รุ้ รู้แต่ มีคุณค่า ...........ต่อจิตใจ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ผู้มาเยือน.
โพสต์ Jun 20 2008, 09:16
โพสต์ #5





Guests

Thank(s):





แต้ๆๆๆๆๆ เห็นด้วยกับกระทู้ที่4จ้า
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ผู้มาเยือน.
โพสต์ Jun 20 2008, 09:30
โพสต์ #6





Guests

Thank(s):





เห็นด้วยครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ชมพู่.
โพสต์ Jun 20 2008, 10:33
โพสต์ #7





Guests

Thank(s):





เป็นเบาหวานขึ้นตาแน่นอน ไม่ต้องมาโทษหมอโทษโรงพยาบาล...
ก็คุณดูแลตัวเองไม่ดี ไม่ตรวจเช็คดวงตาตั้งแต่รู้ว่าเป็นเบาหวาน...
ขอย้ำว่าคนเป็นเบาหวานต้องดูแลตัวเองมานะคะ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.กทม.
โพสต์ Jun 20 2008, 10:39
โพสต์ #8





Guests

Thank(s):





สื่อก็เอาแต่พาดหัวข่าวเอามันส์ส์ส์ ชาวบ้านจะเข้าใจผิดได้ครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ฮาล่ะก้าย.
โพสต์ Jun 20 2008, 11:09
โพสต์ #9





Guests

Thank(s):





จากข่าว สัมภาษณ์แค่ฝ่ายยุ่น เลยพาดข่าวในมุมมอง
ของผู้ถูกสัมภาษณ์ ก็ถูกแล้วนี่ครับ
แต่ถ้าเปลี่ยนมาสัมภาษณ์ทาง ร.พ. หัวข้ออาจจะเปลี่ยนไปก็ได้
เช่น หนุ่มยุ่นโรครุมเร้า..มั่วรพ.ทำตาบอด
หรือ แพทย์โต้ยุ่นมั่ว ตาบอดเพราะเบาหวานไม่ใช่ยา

แต่ก็อย่างว่าแหล่ะครับ พาดหัวแบบไหนแล้วจะขายดีกว่ากัน
นสพ.มันก็เป็นแบบนี้ ก็รู้ๆกันอยู่
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.หนานหล้าลูกเก๊า.
โพสต์ Jun 20 2008, 11:21
โพสต์ #10





Guests

Thank(s):





เข้าฮักษาผิดตี้ แต้ ๆ แล้วจะหื้อตรงโรคต้องเข้าโฮงยา "สวนปรุง" ก่า ตี้เดียวกั๋นกับเจ้าของหัวข้อข่าว รายนี้ก็หนีออกมาก่อน หมอกำลังตวยเซาะหาวุ่นวายไปหมด 5 5 5
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.หนักหวาน.
โพสต์ Jun 20 2008, 11:29
โพสต์ #11





Guests

Thank(s):





เบาหวานหยั๋งมีตุ่มตวยเนาะตุ่มออกเต๋มตั๋วเลยต้า
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ผู้มาเยือน.
โพสต์ Jun 20 2008, 11:40
โพสต์ #12





Guests

Thank(s):





เป๋นเพี้ยหูบก๊า?
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.หมอบ้านนอก.
โพสต์ Jun 20 2008, 13:26
โพสต์ #13





Guests

Thank(s):





มีตุ่มเป็นไปได้ครับเพราะเบาหวานทำให้ร่างกายติดเชื้อง่าย เช่น เป็นฝีหนองเป็นต้น

จากหมอบ้านนอก
Go to the top of the page
 
+Quote Post
natan
โพสต์ Jun 20 2008, 13:33
โพสต์ #14


Member
**

กลุ่ม : สมาชิกทั่วไป
โพสต์ไปแล้ว : 24
Thank(s): 0
สมัครเมื่อ : 19-June 07
สมาชิกเลขที่ : 1,110
เพศ: ชาย
งานอดิเรก/ความสนใจ: นั่งนับเงิน
ชื่อเล่น หรือนามแฝงใช้ใน web นี้: อ้ายน้อยทาน
อำเภอ-จังหวัด: chiangmai.



สงสัยเหมือนข้างบนว่า แต๊เห้ย
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.บังเอิญหมอมาเจอ.
โพสต์ Jun 20 2008, 15:54
โพสต์ #15





Guests

Thank(s):





จากข่าว ผู้ป่วยเป็นทั้ง 3 โรค ซึ่งโรคดังกล่าวจะเกิดต่อเนื่องกัน คือส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเป็นเบาหวานก่อน และต้องรักษาเป็นเวลานาน ทำให้ไตทำงานหนักเลยเป็นความดันเลือดสูง และหากไม่ได้ดูแลตัวเองมากนัก และไม่ออกกำลังกาย แน่นอนโรคหัวใจตามมา แต่ตามข่าว ผู้ป่วยได้รับยาแอสไพริน ซึ่งเป็นยาแก้ปวด และเป็นยาช่วยไม่ให้เลือดเกาะกันเป็นลิ่มเลือดในรายที่เป็นโรคหลอดเลือดแทรก เพื่อป้องกันการเกิดอาการอุดตันในระบบหลอดเลือด ไม่น่าจะเป็นเพราะยา ตามการวินิจฉัยผู้ป่วยรายนี้ ตามพล่า เลือนลาง เนื่องจากเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตาไปตามเส้นเลือดฝอยเส้นเล็กมาก ทำให้น้ำตาลตกผลึกทำให้ตามัว และบอดได้ ตามตัวเป็นแผลพุพอง แน่นอนครับเบาหวานในตัวผู้ป่วยคงสูงมากๆและไม่ควบคุมอาหาร ไม่เคยออกกำลังกายน้ำตาลจะถูกขับขับออกทางผิวหนังทำให้ปิดรูขุมขน เกิดการอักเสบครับ แพทย์เขาไม่ได้จ่ายยามั่วหรอกครับ การจะหายจากโรคนั้นๆ ผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือในการรักษา แวะมาเจอขอให้รายละเอียดเท่านี้ก่อน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ผู้มาเยือน.
โพสต์ Jun 20 2008, 16:50
โพสต์ #16





Guests

Thank(s):





เป็นตุ่มขึ้นแล้ว อย่างนี้ต้องเอาไปรักษาที่ รพ.แมคเคน (เป็นเฮื้อน)
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.ผู้มาเยือน.
โพสต์ Jun 20 2008, 20:27
โพสต์ #17





Guests

Thank(s):





เป็นผม แค่ 5 ปี กินแต่แอสไพริน

ก็เลิกกินไปนานแล้วล่ะครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
.หมอเมือง.
โพสต์ Jun 21 2008, 15:06
โพสต์ #18